(VOVWORLD) - สหประชาชาติซึ่งเป็นองค์กรพหุภาคีที่สำคัญที่สุดในโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเงินอย่างหนัก เนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบในทางลบต่อการปฏิบัติแผนการที่สำคัญเท่านั้น แต่อาจทำให้บทบาทขององค์การนี้อ่อนแอลงในระเบียบพหุภาคีในช่วงที่โลกกำลังมีความไร้เสถียรภาพ
นาย อันโตนีโอ กูเตเรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ( REUTERS/Eduardo Munoz) |
เมื่อวันที่ 31 มกราคม นาย อันโตนีโอ กูเตเรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ได้ส่งจดหมายถึงประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ โดยเตือนว่า สหประชาชาติกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องอย่างร้ายแรงและมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายทางการเงินในอนาคตอันใกล้นี้
ปัญหาด้านงบประมาณ
ในจดหมาย เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนีโอ กูเตเรส ได้ย้ำถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันขององค์กรพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยระบุถึงเหตุผลหลักคือ การชำระค่าธรรมเนียมล่าช้าหรือไม่ครบถ้วนจากประเทศสมาชิก รวมถึงการที่สหประชาชาติต้องคืนเงินงบประมาณที่ใช้ไม่หมดแก่ประเทศสมาชิก แม้จะยังไม่ได้รับเงินชำระเข้ามาจริงก็ตาม ก่อนหน้านั้น เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2025 เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนีโอ กูเตเรส เคยเตือนว่า การที่สหประชาชาติถูกกำหนดให้ต้องคืนเงินเครดิตถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะทำให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องในปีนี้ และสถานการณ์นั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้วในขณะนี้
ตามข้อกำหนดของสหประชาชาติ เงินสมทบของประเทศสมาชิกจะคำนวณตามขนาดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยสหรัฐรับผิดชอบงบประมาณหลักในสัดส่วน 22% รองลงมาคือจีนที่ 20% แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สหประชาชาติประสบปัญหาด้านงบประมาณ เนื่องจากประเทศสมาชิกบางประเทศไม่จ่ายเงินสมทบตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วนหรือชำระล่าช้า ปัญหาทางการเงินของสหประชาชาติทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากที่เมื่อเร็วๆนี้ ทางการสหรัฐตัดงบประมาณสำหรับหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ และปฏิเสธที่จะจ่ายเงินสมทบตามข้อกำหนดทั้งในงบประมาณประจำและงบประมาณรักษาสันติภาพ โดยประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้เหตุผลว่า สหประชาชาติแม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังไม่ได้ส่งเสริมบทบาทอย่างเต็มที่ และระเบียบวาระบางอย่างของสหประชาชาติไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ บวกกับความซับซ้อนของกลไกการใช้จ่ายทางการเงินของสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้สหประชาชาติต้องใช้จ่ายงบประมาณตรงตามภารกิจที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มิเช่นนั้นจะต้องคืนเงินให้แก่ประเทศสมาชิกโดยไม่มีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณให้แก่ภารกิจอื่นๆ ขององค์กรนี้ รองโฆษกสหประชาชาติ ฟาร์ฮาน ฮัก กล่าวว่า
“ถึงแม้ว่าประเทศสมาชิกกว่า 150 ประเทศจะปฏิบัติตามพันธกรณีทางการเงินสำหรับปี 2025 แล้ว แต่สหประชาชาติก็ยังคงมีเงินสนับสนุนค้างชำระอยู่ถึง 1.56 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้น หากมีการชำระเงินสนับสนุน หรือหากเราไม่จำเป็นต้องคืนเงินงบประมาณที่ใช้ไม่หมด มิฉะนั้น เราก็มีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาสภาพคล่อง”
เพื่อรับมืออุปสรรคทางการเงิน เมื่อปีที่แล้ว ในโอกาสครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งสหประชาชาติ นาย อันโตนีโอ กูเตเรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจที่มีชื่อว่า UN80 เพื่อหาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ต่อมาประเทศสมาชิกได้เห็นพ้องที่จะลดค่าใช้จ่ายปี 2026 ลงประมาณร้อยละ 7 อยู่ที่ 3.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเงินยังคงอยู่ และงบประมาณของสหประชาชาติอาจหมดลงในเดือนกรกฎาคมนี้ หน่วยงานหลายแห่งของสหประชาชาติ เช่น องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือ OHCHR ถูกปรับลดงบประมาณอย่างมาก โดย OHCHR ได้รับงบประมาณเพียง 191 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าสมัชชาใหญ่สหประชาชาติได้อนุมัติงบประมาณ 246 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม
นาย ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (Fabrice Coffrini/Pool via REUTERS) |
ความเสี่ยงต่อบทบาทของสหประชาชาติ
ปัญหาทางการเงินกำลังส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสหประชาชาติในทุกด้าน ที่สำนักงาน OHCHR เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ หน่วยงานนี้จึงต้องลดจำนวนเจ้าหน้าที่ ลดขนาดและยุติโครงการบางโครงการในหลายประเทศ โดยเมื่อปี 2025 จำนวนภารกิจตรวจสอบสิทธิมนุษยชนที่ดำเนินการโดย OHCHR ลดลงเป็นอย่างมาก นาย โวลเกอร์ เทิร์ก ข้าหลวงใหญ่ของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติของหน่วยงานสำหรับปี 2026 คือ 224 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2025 OHCHR จึงเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินโดยสมัครใจประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือกิจกรรมของ OHCHR ในปีนี้
ในขณะเดียวกัน เมื่อปี 2025 WHO ก็วางแผนที่จะลดจำนวนเจ้าหน้าที่ นาย เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า งบประมาณเงินเดือนของ WHO สำหรับปี 2026-2027 จะขาดประมาณ 560-650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทั้งหมดขององค์กรในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่สหรัฐซึ่งเป็นประเทศสนับสนุนงบประมาณรายใหญ่ที่สุดของ WHO ถอนตัวออกจากองค์การเมื่อต้นปีนี้ คาดว่า การขาดดุลงบประมาณของ WHO ในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น WHO จึงต้องลดเจ้าหน้าที่ลงจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สำนักงานใหญ่ในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และปิดสำนักงานตัวแทนในภูมิภาคหลายแห่ง
ตามความเห็นของบรรดาผู้สังเกตการณ์ วิกฤตการณ์ทางการเงินที่กำลังลุกลามในสหประชาชาติและองค์กรสมาชิกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดความท้าทายมากมายต่อประชาคมระหว่างประเทศ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปัญหาทางการเงินเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อบทบาทของสหประชาชาติในการแก้ไขปัญหาใหญ่ระดับโลกอีกด้วย
ทั้งนี้ ถ้าหากผลกระทบจาก “การไม่สนับสนุนเงิน” ลุกลามไปทั่วสหประชาชาติ องค์กรนี้จะอ่อนแอลงและไม่สามารถทำหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพ ความมั่นคงและความก้าวหน้าทางสังคมในโลกได้ สถานการณ์นี้จะก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นอย่างมากต่อประเทศต่างๆ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็น.