นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ย้ำถึงภารกิจสำคัญในงานด้านการต่างประเทศเวียดนาม (VGP) |
ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จที่สุดของงานด้านการต่างประเทศเวียดนามนับตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 2020 โดยสามารถขยายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ลงนามในข้อตกลงร่วมมือยุทธศาสตร์ที่กว้างลึกและมีส่วนร่วมเสริมสร้างสถานะของประเทศอีกด้วย
จุดเด่นที่น่าสนใจ
ในปี 2025 จำนวนกิจกรรมระดับสูง การเยือน การเจรจาและการติดต่อระหว่างผู้นำเวียดนามกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งสูงกว่าตัวเลขของปีก่อนๆ ช่วยสร้างการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืนมากขึ้น
เวียดนามได้ยกระดับความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนใหญ่ๆ หลายประเทศ ยอดจำนวนกรอบความร่วมมือในระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านและหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รวมเป็น 42 ประเทศ โดยการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านกับอังกฤษถือเป็นนิมิตหมายที่ช่วยให้เวียดนามมีกรอบความสัมพันธ์ดังกล่าวกับประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทั้ง 5 ประเทศ โดยเฉพาะขอบเขตการเข้าถึงทางการทูตของเวียดนามในปี 2025 ยังครอบคลุมและขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ นับเป็นครั้งแรกที่เวียดนามจัดพิธีลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์หรืออนุสัญญาฮานอย ซึ่งเป็นกิจกรรมระดับโลกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศต่อบทบาทการประสานงานของเวียดนามในประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์ นาย ดั๋งหว่ายาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามยืนยันว่า
“การเป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามและการบังคับใช้อนุสัญญาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ถือเป็นโอกาสให้เราเปิดแนวทางความร่วมมือใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ในด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติเท่านั้น หากยังรวมถึงความร่วมมือพหุภาคีในด้านอื่น ๆ ด้วย สถานะและบทบาทระหว่างประเทศของเวียดนามไม่ได้ถูกประเมินเพียงในกิจกรรมนี้เท่านั้น หากยังในทั้งกระบวนการ เราต้องมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งและเป็นฝ่ายรุกด้วยแนวทางการต่างประเทศคือ เป็นสมาชิกที่กระตือรือร้น เป็นฝ่ายรุกของประชาคมระหว่างประเทศและมีส่วนร่วมต่อปัญหาระดับโลก”
ด้วยกระบวนการที่เป็นฝ่ายรุก เข้าร่วมอย่างเข้มแข็งและมีความรับผิดชอบนั้นได้ช่วยให้เวียดนามได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอีกครั้ง ในวาระปี 2026–2028 ด้วยเสียงสนับสนุนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และเป็นครั้งที่ 3 ที่เวียดนามดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งถือเป็นการยืนยันถึงบทบาทการแนะแนวของเวียดนามในกระบวนการผลักดันสิทธิของมนุษย์
ในสภาวการณ์ที่เกิดการแข่งขันในทั่วโลกและแนวโน้มการคุ้มครองทางการค้าเพิ่มขึ้น การต่างประเทศด้านเศรษฐกิจได้มีส่วนร่วมโดยตรงต่อการขยายตัวของ GDP เวียดนาม โดยมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญหลายร้อยฉบับในหลากหลายสาขา มูลค่าการส่งออกบรรลุกว่า 9 แสน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยให้เวียดนามกลายเป็น 1 ใน 15 ประเทศมหาอำนาจทางการค้าของโลก ส่วนการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ก็เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 22 ในด้านจำนวนโครงการเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมุ่งเน้นไปที่สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์และพลังงาน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่เวียดนามกำหนดให้เป็นก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ในยุคแห่งการผงาด
ในด้านการต่างประเทศสาขาวัฒนธรรม งานวัฒนธรรมโลกได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงฮานอย ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยให้เวียดนามยืนยันสถานะและส่งเสริม Soft Power ของประเทศ โดยงานนี้ได้ผ่านกรอบของกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปะธรรมดาแล้ว กลายเป็นวันงานแห่งความสามัคคีที่ยกย่องสดุดีวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพ นอกจากนี้ กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่เนื่องในโอกาสวันสำคัญของชาติในปี 2025 ก็ได้ช่วยส่งสารเกี่ยวกับภาพลักษณ์ประเทศเวียดนามที่กำลังผสมผสนเข้ากับกระแสโลก เต็มไปด้วยเอกลักษณ์วัฒนาธรรมและพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เปิดสถานะเชิงยุทธศาสตร์ใหม่
ผลสำเร็จด้านการต่างประเทศในปี 2025 ได้สร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ที่มั่นคงให้เวียดนามก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยพลังใหม่และสถานะที่สูงขึ้นบนเวทีโลก นาย ฝ่ามกวางวิงห์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า
“การต่างประเทศเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เรากำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยพลังใหม่และสถานะใหม่ และเรามีทักษะความสามารถอย่างเพียงพอเพื่อเป็นฝ่ายรุกในการสร้างสรรค์ ซึ่งก่อนอื่นคือการสร้างสรรค์สถานะให้แก่ประเทศ สองคือการสร้างสรรค์บรรยากาศที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประเทศ สามคือเป็นฝ่ายรุกในการหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานที่มีคุณภาพสูงขึ้น และสี่คือเข้าร่วมการกำหนดและสร้างสรรค์กติกาของเวทีระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับกฎหมายเวียดนามและผลประโยชน์ร่วมกัน”
การเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองกับหุ้นส่วนใหญ่ๆ การขยายพื้นที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ตลอดจนบทบาทที่นับวันสำคัญมากขึ้นในกลไกพหุภาคีต่างๆ ได้ช่วยให้เวียดนามมีศักยภาพพัฒนามากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นฝ่ายรุกรับมือความผันผวนต่างๆ และใช้โอกาสจากช่วงเวลาก้าวผ่านอย่างรวดเร็วของประเทศได้อย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ย้ำถึงภารกิจสำคัญในงานด้านการต่างประเทศเวียดนามว่า
“ต้องปฏิบัติบทบาทการเชื่อมโยงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเสริมสร้างการต่างประเทศทวิภาคีเพื่อเชื่อมโยงภายในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม เชื่อมโยงดิจิทัลและเทคโนโลยีและเชื่อมโยงมนุษย์ นอกจากนี้ ก็ต้องปฏิบัติภารกิจระหว่างประเทศให้ดีขึ้น ส่งเสริมบทบาทและสถานะของประเทศในการเป็นฝ่ายรุกเข้าร่วมการกำหนดทิศทางและปฏิรูปธรรมาภิบาลโลกอย่างเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะในเวทีและกลไกพหุภาคีทั้งในระดับภูมิภาคและโลก”
ปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาที่แปลความสำเร็จด้านการต่างประเทศในปี 2025 มาเป็นพลังขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมเพื่อมีส่วนผลักดันการบรรลุเป้าหมายพัฒนาประเทศและเปิดศักราชแห่งการพัฒนาใหม่ด้วยพลังภายในประเทศที่เข้มแข็งและความมั่นใจในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในหลายมิติ.