(VOVWORLD) - การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ได้กำหนดแนวทางสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะใหม่ โดยทัศนะ “ประชาชนคือรากฐาน”เป็นแนวคิดหลักที่สะท้อนในกระบวนการวางแนวทาง จัดทำนโยบาย การชี้นำปฏิบัติหน้าที่และกิจกรรมต่างๆในระบบการเมือง
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม กล่าวปราศรัยต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 (VNA) |
“ประชาชนคือรากฐาน” เป็นทั้งบทเรียนและแนวคิดสำคัญ สะท้อนกฎแห่งการพัฒนาของการปฏิวัติและประชาชาติเวียดนามและเป็นหนึ่งในเนื้อหาสำคัญที่ถูกระบุในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14
บทบาทเป็นศูนย์กลางของประชาชนในภารกิจการปฏิวัติ
ในภารกิจการปฏิวัติเวียดนาม “ประชาชนคือรากฐาน”เป็นหลักทางทฤษฎีและการปฏิบัติของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเพื่อระดมพลัง ชี้นำการปฏิบัติและส่งเสริมพลังที่เข้มแข็งของประชาชนในภารกิจการต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอกราชและสร้างสรรค์ประเทศ ซึ่งได้สะท้อนอย่างต่อเนื่องในกระบวนการที่พรรคเป็นผู้ชี้นำประเทศ ถึงการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 บทเรียนเกี่ยวกับ “ประชาชนคือรากฐาน” ก็ยังได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าในทุกทัศนะ แนวทาง นโยบายของพรรคและกฎหมายของรัฐล้วนมีจุดมุ่งหมายคือรับใช้และทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ซึ่งเอกสารของการประชุมได้แปรแนวคิด “ประชาชนคือรากฐาน” ให้เป็นบรรทัดฐานและเป็นการประเมินผลสูงสุดของทุกนโยบาย นี่ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงคุณค่าเท่านั้นหากยังเป็นความต้องการที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของประเทศและเป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามไม่มีผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากนอกจากผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชาติ มุ่งมั่นทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ยืนยันว่า
“แนวคิดหลักที่สะท้อนในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 และจุดกำเนิดของแหล่งพลังการปฏิวัติเวียดนามคือการถือ “ประชาชนเป็นรากฐาน” โดยประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นแกนหลัก เป็นเป้าหมาย พลังขับเคลื่อนและแหล่งพลังของการพัฒนา ซึ่งทุกแนวทางและนโยบายต้องมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านวัตถุและจิตใจให้แก่ประชาชน ค้ำประกันสิทธิการเป็นเจ้าของของประชาชน ให้ความเคารพ รับฟังความคิดเห็นและพึ่งพาอาศัยประชาชน พรรคต้องมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับประชาชน มุ่งมั่นรับใช้ประชาชนอย่างสุดความสามารถ ให้ประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติและรับผิดชอบต่อประชาชนเมื่อมีการตัดสินใจปัญหาต่างๆ”
สถานการณ์การปฏิบัติคือบททดสอบที่แท้จริง
ที่น่าสนใจคือเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้แปรแนวคิด “ประชาชนคือรากฐาน” ให้สอดคล้องกับยุคสมัยด้วยการเป็นบรรทัดฐานเพื่อการประเมินผลสูงสุดของทุกนโยบาย นี่เป็นการยืนยันถึงคุณค่าและเป็นเงื่อนไขที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของประเทศ ซึ่งในสภาวการณ์ปัจจุบัน การถือ “ประชาชนคือรากฐาน” ต้องได้รับการทดสอบผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนรู้สึกเองว่าชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้นหรือไม่ สิทธิผลประโยชน์ของประชาชนได้รับการค้ำประกันดีขึ้นไม้และความเชื่อมั่นของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมได้รับการเสริมสร้างมั่นคงมากขึ้นหรือไม่ ดังนั้น การแปรแนวคิดดังกล่าวให้สอดคล้องกับยุคสมัยของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เป็นการปรับเปลี่ยนจากการบริหารมาเป็นการรับใช้ จากการประกาศนโยบายมาเป็นการชี้นำการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ถือคุณภาพชีวิตและความพอใจของประชาชนเป็นการประเมินผลสำคัญ ซึ่งนี่ก็เป็นสารสำคัญที่มีความหมายแห่งยุคสมัยที่ถูกระบุในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ท่านเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ชี้ชัดว่า
“ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคมิได้มาจากคำพูดลอยๆ หากมาจากปฏิบัติการจริง จากซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรมของเจ้าหน้าที่ ประสิทธิผลของโครงสร้างองค์กรบริหารราชการ การได้รับประโยชน์จากนโยบายต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน การได้รับการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมาย การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและสถานประกอบการอย่างทันการณ์และเหมาะสม”
ศ. Carly Thayer จากสถาบันกลาโหมออสเตรเลีย |
จากมุมมองระหว่างประเทศ ศ. Carly Thayer จากสถาบันกลาโหมออสเตรเลียได้ประเมินว่า แนวคิด “ประชาชนคือรากฐาน” เป็นพื้นฐานของทุกการตัดสินใจและนโยบาย ซึ่งเป็นทัศนะที่ได้รับการสานต่อและเป็นปัจจัยสำคัญพิเศษเมื่อประชาชนเป็นแหล่งพลังภายในและพลังที่เข้มแข็งเพื่อนำประเทศย่างเข้าสู่ศักราชใหม่
“แนวคิดนี้ถูกระบุอย่างชัดเจนในทุกเอกสาร เนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน สุขภาพของชุมชน การกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น การปรับโครงสร้างองค์กรบริหารราชการ ผลสำเร็จแบบก้าวกระโดดในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ วัฒนธรรมเวียดนาม สุขภาพชุมชน การพัฒนาอย่างยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประชาชนล้วนถูกระบุในรายงานการเมือง”
ทั้งนี้ ความผูกพันระหว่างพรรคกับประชาชน การผสานระหว่างแนวทางของพรรคและความปรารถนาของประชาชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญและสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ศักราชแห่งการพัฒนาใหม่ ซึ่งการปฏิบัติหลักแนวคิดที่ว่า “ประชาชนคือรากฐาน”อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเวียดนามบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ก้าวสู่อนาคตที่สดใสอย่างมั่นคง.