พัฒนาการต่างประเทศและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่สอดคล้องกับศักยภาพและสถานะของประเทศในศักราชใหม่

(VOVWORLD) - มติการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 เน้นย้ำถึงการพึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์และเพิ่มความแข็งแกร่งเพื่อเป็นพื้นฐานในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก โดยไม่ต้องพึ่งอยู่กับใคร ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศควบคู่กับการรักษาเอกราช อธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศและประชาชาติ ซึ่งเป้าหมายของการพัฒนาการต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในศักราชใหม่ต้องสอดคล้องกับบทบาททางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและสถานะของเวียดนาม สะท้อนถึงทัศนคติ ความมุ่งมั่นตั้งใจและความปรารถนาของประชาชาติเวียดนามภายหลัง 40 ปีของการปฏิบัตินโยบาย “โด๋ยเม้ย” หรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ

พัฒนาการต่างประเทศและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่สอดคล้องกับศักยภาพและสถานะของประเทศในศักราชใหม่ - ảnh 1เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม (VNA)

ประเด็นใหม่และแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกมาจากสถานการณ์ระหว่างประเทศและภูมิภาคที่มีความผันผวนเป็นอย่างมากและความต้องการในการพัฒนาประเทศของเวียดนาม

การต่างประเทศเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่สำคัญเพื่อผลักดันการพัฒนาของประเทศ

ในสภาวการณ์ที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน เวียดนามตระหนักดีว่าไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่มีทั้งโอกาสและความท้าทายซับซ้อนเหมือนปัจจุบันและอนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้โอกาสและการฟันฝ่าความท้าทายเหล่านี้ การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกก็หมายความว่า เวียดนามต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการแข่งขันมากขึ้นแต่ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่ทันสมัยและแหล่งพลังการพัฒนาจากภายนอก

ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในโลกอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศสันติภาพและเสถียรภาพ ซึ่งเป็นเงื่อนไขชี้ขาดสำหรับการพัฒนา ดังนั้น ภารกิจในการรักษาเอกราช อธิปไตย และบรรยากาศสันติภาพมีความสำคัญมากขึ้น สภาวการณ์ใหม่ต้องการแนวคิดและวิสัยทัศน์ใหม่ นั่นคือ ต้องเป็นฝ่ายรุกเชิงยุทธศาสตร์ มีสติปัญญาและความเฉียบแหลมในการวิเคราะห์สถานการณ์ มีความคล่องตัวและมีความคิดสร้างสรรค์ในการเตรียมมาตรการรับมือปัญหา ยืนหยัดหลักการปฏิบัติแต่ต้องมีความยืดหยุ่น

มติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ระบุว่า การต่างประเทศและภารกิจด้านกลาโหมและความมั่นคงถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนาประเทศในศักราชใหม่ นี่คือจุดใหม่ที่มีความสำคัญ โดยบทบาทและสถานะของงานด้านการต่างประเทศของเวียดนามต่อประเด็นระดับโลกได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ย้ำว่า

พวกเราได้ยกระดับสถานะและบทบาทของงานด้านการต่างประเทศของเวียดนามขึ้นสู่ในขั้นสูงใหม่ โดยผสมผสานเข้ากับกระแสโลกและเปิดประเทศอย่างเข้มแข็งมากขึ้นเพราะเห็นว่า จำเป็นต้องให้ความสำคัญและยกระดับการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกเพราะว่า นี่ไม่เพียงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาเท่านั้น หากยังเป็นวิธีการที่สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของประเทศอีกด้วย

ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เวียดนามได้เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ การรับมือวิกฤตด้านมนุษยธรรมและมีส่วนร่วมต่อความพยายามสร้างสรรค์สันติภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเข้มแข็งต่อไป โดยจะมีส่วนร่วมและเสนอข้อริเริ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้าร่วมข้อริเริ่มเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ประเทศต่าง ๆ เสนอขึ้น บนพื้นฐานคือการให้ความเคารพผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามกฎหมายสากล กฎบัตรสหประชาชาติ ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขและความสามารถของเวียดนาม

พัฒนาการต่างประเทศและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่สอดคล้องกับศักยภาพและสถานะของประเทศในศักราชใหม่ - ảnh 2นาย สวี่ หนิง หนิง ประธานคณะกรรมการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมภายใต้กรอบข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในทุกด้านในภูมิภาคหรือ RCEP

ประเด็นที่เวียดนามให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก

เพื่อบรรลุเป้าหมายการขยายตัวที่เลขสองหลัก เวียดนามกำหนดให้การผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยหลัก ส่วนการผสมผสานในสาขาต่าง ๆ ก็เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจ ดังนั้น เวียดนามให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ต่อการกำหนดรูปแบบการขยายตัวใหม่ที่พึ่งพาเศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ผลักดัน 3 ก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ให้เป็นแรงกระตุ้นแก่การพัฒนา

ในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกด้านการเมือง ความมั่นคงและกลาโหม เวียดนามมุ่งสู่เป้าหมายยกระดับศักยภาพของประเทศ ควบคู่กับการเสริมสร้างความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ด้วยสันติวิธีและการสนทนาบนพื้นฐานของกฎหมายสากลและกฎบัตรสหประชาชาติ ควบคู่กันนั้นก็ต้องผสมผสานเข้ากับกระแสโลกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกำหนดให้นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศ ในการประเมินนโยบายการต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกของเวียดนามที่ถูกระบุในเนื้อหาของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 นาย สวี่ หนิง หนิง ประธานคณะกรรมการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมภายใต้กรอบข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในทุกด้านในภูมิภาคหรือ RCEP ได้แสดงความคิดเห็นว่า

“ภายหลัง 40 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ สถานะบนเวทีโลกของเวียดนามได้ขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ในด้านคุณภาพ กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเครือข่ายการทูตที่กว้างขวางที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามได้สถาปนาความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับประเทศมหาอำนาจต่างๆ  ติดอันดับ 15 ประเทศที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของโลก และอยู่ในอันดับที่สองของอาเซียนซึ่งกลายเป็นประเทศสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค ปัจจุบัน เวียดนามได้เข้าร่วมกลไกพหุภาคีต่าง ๆ อย่างเข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนถึงพลังของเศรษฐกิจเกิดใหม่และการมีส่วนร่วมที่สำคัญต่อการธำรงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและผลักดันการค้าเสรี”

บนพื้นฐานของสถานะและศักยภาพใหม่ของประเทศ เวียดนามจะยังคงยืนยันภาพลักษณ์ของประเทศในยุคใหม่ที่พร้อมมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งและมีความรับผิดชอบต่อประชาคมระหว่างประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นประเทศผู้รับเท่านั้น หากยังเป็นฝ่ายรุกในการเข้าร่วมและเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาระดับโลก แปรเป้าหมายการพัฒนาประเทศซึ่งที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ได้วางไว้ให้กลายเป็นความจริง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด