การท่องเที่ยวชุมชนของชนเผ่าเอเดกับกระบวนการผสมผสาน

(VOVWORLD) -การท่องเที่ยวชุมชนกำลังกลายเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของจังหวัดดั๊กลั๊กในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก ที่หมู่บ้านของชนเผ่าเอเด การท่องเที่ยวไม่เพียงแต่เป็นการเยี่ยมเยือนสถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้านเท่านั้น หากยังเป็นการได้ใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้านอีกด้วย โดยไปทำนาทำไร่ร่วมกันเพื่อสามารถสัมผัสชีวิตที่แท้จริงของชนเผ่าเอเดด้วย โดยลักษณะต่างๆ ของชนเผ่าเอเด เช่น บ้านยกพื้น การตีฆ้อง วิถีชีวิตการทำไร่ บทบาทของครอบครัวและชุมชน เป็นต้น ล้วนได้รับการอนุรักษ์และถ่ายทอดออกมาเป็นประสบการณ์ที่จริงใจและใกล้ชิด ซึ่งผ่านการใช้ชีวิตในหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชนเผ่าเอเดและมีส่วนช่วยเชื่อมโยงหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยในจังหวัดฯ กับโลกภายนอกผ่านคุณค่าที่งดงามของชุมชนเอง
 
การท่องเที่ยวชุมชนของชนเผ่าเอเดกับกระบวนการผสมผสาน - ảnh 1นั่งรถแทรกเตอร์ลากพ่วงผ่านถนนดินแดงจากหมู่บ้านไปสู่ไร่นา

ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงต้นฤดูแล้งของเขตที่ราบสูงเตยเงวียน เราuนั่งรถแทรกเตอร์ลากพ่วงผ่านถนนดินแดงจากหมู่บ้านไปสู่ไร่นา เสียงหัวเราะและความสนุกสนานของคณะนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสดังขึ้นทุกครั้งที่รถวิ่งผ่านช่วงถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่าประทับใจสำหรับพวกเขา นาย Mercler Olivier นักท่องเที่ยวจากประเทศฝรั่งเศสกล่าวว่า การได้ร่วมเดินทางกับชาวบ้านไปทำไร่เพื่อสัมผัสชีวิตประจำวันของผู้คนที่นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนได้ในการเยือนประเทศเวียดนามครั้งนี้

ยอดเยี่ยมมาก พวกเราได้สัมผัสและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรม อาหารและวิถีชีวิตประจำวันของชนเผ่าที่นี่”

เมื่อมาเยือนหมู่บ้านของชนเผ่าเอเดในจังหวัดดั๊กลั๊กในวันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เพียงแต่ได้เยี่ยมชมและถ่ายภาพเท่านั้น หากยังได้สัมผัสกับชีวิตประจำวันของชุมชนอย่างเต็มที่อีกด้วย นาง Mercler Claire นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสรู้สึกประทับใจมากต่อบทบาทของสตรีชนเผ่าเอเดในชุมชน โดยเห็นว่าสตรีเอเดมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง

ในวัฒนธรรมของชนเผ่าเอเด ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง สิ่งนี้แตกต่างมาก เพราะมีไม่กี่กลุ่มชาติพันธุ์ทที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงเช่นนี้ ฉันคิดว่านี่เป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับผู้หญิง”

การท่องเที่ยวชุมชนของชนเผ่าเอเดกับกระบวนการผสมผสาน - ảnh 2ประสบการณ์ที่ดูเหมือนเรียบง่ายเหล่านี้ได้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ประสบการณ์ที่ดูเหมือนเรียบง่ายเหล่านี้ได้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ในเวียดนาม ซึ่งความผูกพันของชุมชน บทบาทของครอบครัวและความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติยังคงได้รับการสืบทอดและรักษาไว้ผ่านหลายชั่วอายุคน นายอีเตียน นีเอ เกอดำ มัคคุเทศก์ชาวเอเดกล่าวว่า สำหรับเขาเอง การเดินทางแต่ละครั้งไม่เพียงแต่เป็นทัวร์ท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นเส้นทางแห่งการเชื่อมโยงที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจเกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรมของหมู่บ้านมากขึ้น ส่วนชาวบ้านจะมีความมั่นใจในวิถีชีวิตประจำวันของตนเอง

เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิตของหมู่บ้าน ชาวบ้านรู้สึกตื่นเต้น ภูมิใจ และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น อีกทั้งยังมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น”

ปัจจุบัน ครอบครัวของนาง H’Đor Ênuôl ในหมู่บ้าน Chuah ตำบล กรงอานา จังหวัดดั๊กลั๊กได้มีความคุ้นเคยกับการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติภายในบ้านยกพื้นโบราณของครอบครัวแล้ว จากประสบการณ์การต้อนรับแขกต่างชาติหลายครั้ง เธอเห็นว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาเพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่แท้จริง ดังนั้น เพียงแค่แสดงให้พวกเขาเห็นชีวิตประจำวันของครอบครัวก็ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ตอนแรกฉันคิดว่า การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคงจะยาก แต่พอได้ให้การต้อนรับไม่กี่ครั้งก็รู้สึกว่าไม่ยากเลย แค่ใช้ความจริงใจ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและการผลิตของเราอย่างแท้จริง แล้วฉันก็ค่อย ๆ มีความมั่นใจในการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น”

การท่องเที่ยวชุมชนของชนเผ่าเอเดกับกระบวนการผสมผสาน - ảnh 3การท่องเที่ยวชุมชนคือการที่ทั้งหมู่บ้านทำงานร่วมกัน แบ่งปันและรับประโยชน์ร่วมกัน

ส่วนที่หมู่บ้าน Tuôr ตำบลหว่าฟู้ ครอบครัวนาง H’Belly Êban ได้ก่อสร้างบ้านยกพื้นแบบดั้งเดิม ทั้งเพื่ออาศัยอยู่ในชีวิตประจำวันและเป็นโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยว เธอบอกว่า การท่องเที่ยวชุมชนที่นี่คือการที่ทั้งหมู่บ้านทำงานร่วมกัน แบ่งปันและรับประโยชน์ร่วมกัน การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มุ่งสู่การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกจะช่วยให้ชาวบ้านสามารถอนุรักษ์เอกลักษณ์และคุณค่าที่ดีงามของชนเผ่าตนเองได้ดีขึ้น

สำหรับการพัฒนาและประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์วัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ในจังหวัดดั๊กลั๊กผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน นาย เจิ่นห่งเตี๊ยน ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยวจังหวัดดั๊กลั๊กเผยว่า

เราจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ร่วมกับการลงทุนของภาครัฐและโครงการเป้าหมายแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนชนกลุ่มน้อยส่งเสริมและอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน”

จากเรื่องราวการทำการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชนเผ่าเอเดในจังหวัดดั๊กลั๊ก อาจกล่าวได้ว่า ชาวบ้านสามารถนำเอกลักษณ์วัฒนธรรม ความภาคภูมิใจและวิถีชีวิตของตนมาเชื่อมโยงกับเพื่อนต่างชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งที่เรียบง่ายและจริงใจเหล่านี้ได้ช่วยให้จังหวัดดั๊กลั๊กค่อย ๆ เข้าใกล้โลกมากขึ้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด