นำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเวียดนามสู่ยุโรป

(VOVWORLD) - ในอดีตกาแฟเวียดนามยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคชาวยุโรป เนื่องจากต้องแข่งขันกับกาแฟจากแอฟริกาและอเมริกาใต้ แต่ปัจจุบัน ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟสามารถลิ้มลองรสชาติกาแฟฟิน กาแฟไข่และเมนูกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์อื่น ได้ตามมุมถนนเล็ก ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว

นำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเวียดนามสู่ยุโรป - ảnh 1ร้านกาแฟ Hanoi Corner (Hanoi Corner)
 
 

ในย่าน Marais ที่คึกคักของกรุงปารีส มีร้านเล็ก ๆ ชื่อ “Hà Ni Corner” ที่ส่งกลิ่นหอมของกาแฟอบอวลไปทั่วมุมถนน ในตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านคือคุณ นาม เหงียน ได้นำศิลปะการดื่มกาแฟแบบเวียดนามมาเผยแพร่ให้แก่ลูกค้าที่นี่ ซึ่งเมื่อแวะมาที่ Hà Ni Corner นอกจากจะได้ชมการชงกาแฟด้วยที่กรองกาแฟที่ในภาษาเวียดนามเรียกว่า “ฟิน” แล้ว ลูกค้ายังได้ลิ้มลองกาแฟไข่ คือกาแฟที่ผสมกับไข่แดงตีฟู ซึ่งเป็นเมนูกาแฟขึ้นชื่อจากฮานอยอีกด้วย สำหรับชาวฝรั่งเศสหลายคน นี่ถือเป็นศิลปะที่โดดเด่นของกาแฟเวียดนาม นาย นาม เหงียน กล่าวว่า 

สำหรับพวกเรา กาแฟมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์แห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศส ในฐานะชาวฝรั่งเศสเชื้อสายเวียดนาม ผมมีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างสองประเทศ และเราก็ดีใจมากที่สามารถแนะนำอีกแง่มุมหนึ่งของวัฒนธรรมเวียดนาม ซึ่งเป็นแง่มุมที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก”

เมื่อ 8 ปีก่อน Hà Ni Corner เป็นร้านกาแฟเวียดนามเพียงแห่งเดียวในกรุงปารีส แต่ปัจจุบันนี้ มีร้านกาแฟเวียดนามประมาณ 15 แห่ง และเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กาแฟ Cng ซึ่งเป็นแบรนด์กาแฟเวียดนามชื่อดังได้เปิดสาขาแรกที่กรุงปารีส โดยใช้สไตล์การตกแต่งแบบ retro ชวนให้ลูกค้านึกถึงเวียดนามในช่วงปี 1970–1980 สร้างความแตกต่างจากร้านกาแฟอื่น ๆ และมีเมนูเครื่องดื่มที่โดดเด่นอย่างเช่น กาแฟครีมมะพร้าว นาง เอวียน เจิ่น ผู้ดูแลความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนของเชนร้านกาแฟ Cng กล่าวว่า 

เราไม่ได้มีเป้าหมายในการเปิดหลายสาขาที่นี่เท่านั้น แต่ยังมีความปรารถนาที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมเวียดนาม จิตใจเวียดนามและประวัติกาแฟเวียดนามมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายแรกของเราคือชุมชนชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ จากนั้นจะขยายไปสู่ชาวต่างชาติ เราต้องการเป็นสะพานที่นำวัฒนธรรมเวียดนามไปสู่ยุโรป”

นำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเวียดนามสู่ยุโรป - ảnh 2ร้านกาแฟ Cng (Cong Caphe)

เวียดนามเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากบราซิล ในปี 2024 เวียดนามได้ส่งออกกาแฟไปยังสหภาพยุโรปมากกว่า 380,000 ตันและกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของตลาดแห่งนี้ ฝรั่งเศสเป็นประเทศนำเข้ากาแฟเวียดนามรายใหญ่อันดับสามในยุโรป รองจากเยอรมนีและอิตาลี กาแฟเวียดนามที่ส่งออกไปตลาดยุโรปส่วนใหญ่เป็นกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งมักถูกนำไปแปรรูป ทำเป็นกาแฟสำเร็จรูปหรือกาแฟแคปซูล ทำให้ผู้บริโภคไม่ทราบว่านี่เป็นการแฟที่มาจากเวียดนาม กาแฟเวียดนามนอกจากมีความโดดเด่นด้านรสชาติแล้ว วิธีการดื่มก็ถือเป็นจุดเด่นด้วย ลูกค้าประจำของร้าน “Va hè cà phê” ใกล้จัตุรัส Bastille กล่าวว่า 

สำหรับพวกเราที่ไม่เคยลิ้มลองกาแฟเวียดนามมาก่อน วิธีที่ดีที่สุดคือ การลิ้มลองกาแฟแบบดั้งเดิม ดื่มร้อน ๆ หรือจะใส่น้ำแข็งหรือนมเพิ่มก็ได้”

ไฮไลท์ของร้าน “Va hè cà phê” คือการได้นั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวเตี้ยแบบเดียวกับที่พบเห็นในกรุงฮานอย โดยในช่วงแรก การทำให้ชาวปารีสลองดื่มดำกาแฟแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความอยากรู้อยากลองก็ทำให้พวกเขาอยากสัมผัสและในที่สุดก็กลายเป็นความชื่นชอบ

ร้านกาแฟเล็กๆ เช่น “Hà Ni Corner” “Cng cà phê” และ “Va hè cà phê” ได้กลายเป็นมุมเล็ก ๆ ที่อบอุ่นในกรุงปารีส ช่วยสร้างแบรนด์และวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเวียดนามในยุโรปผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และจิตใจแห่งความคิดสร้างสรรค์ของคนเวียดนามรุ่นใหม่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด