(VOVWORLD) - นครโฮจิมินห์มีบทบาทสำคัญในฐานะหัวเรือด้านเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีส่วนร่วมสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP มีความสามารถในการเป็นผู้นำแนวโน้มการพัฒนาและมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อพื้นที่อื่น ๆ บนพื้นฐานแห่งความสำเร็จอันโดดเด่นในปี 2025 นครโฮจิมินห์จึงก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยความต้องการและเป้าหมายที่สูงขึ้นเพื่อเร่งส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นครโฮจิมินห์มีบทบาทสำคัญในการเป็นหัวเรือด้านเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันให้แก่การเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2026 |
ในปี 2025 ผลิตภัณฑ์มวลรวม GRDP ของนครโฮจิมินห์บรรลุ 1 แสน 1 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 8.3 คิดเป็นร้อยละ 23.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรบรรลุกว่า 8,900 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ของนครฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจอย่างต่อเนื่องของนครฯต่อกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นการพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงบทบาทสำคัญของนครฯในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ นาย เหงียนวันเดือก ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้ประเมินว่า
“ในปี 2025 ภาพรวมเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์สดใส โดยนครฯเน้นพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการปฏิบัติรูปแบบทางการปกครองท้องถิ่น 2 ระดับอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น ทางนครฯได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงมติที่ 98 ตามแนวทางขยายและเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาของนครฯให้ดียิ่งขึ้น”
ดร.เกิ๊นวันหลึก สมาชิกสภาที่ปรึกษานโยบายการเงินและการคลังแห่งชาติ |
ภายหลังการควบรวม ปัจจุบัน นครโฮจิมินห์มีกลุ่มเขตนิคมอุตสาหกรรม 25 แห่ง และเขตนิคมอุตสาหกรรม 78 แห่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาและการประสานงานการผลิตใน 4 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ ยางและพลาสติก การแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรกล จุดแข็งของแต่ละพื้นที่ได้รับการระบุอย่างชัดเจนและเน้นลงทุนเพื่อส่งเสริมศักยภาพอย่างเต็มที่ ดร.เกิ๊นวันหลึก สมาชิกสภาที่ปรึกษานโยบายการเงินและการคลังแห่งชาติกล่าวว่า ความได้เปรียบเหล่านี้สามารถสนับสนุนกันเพื่อช่วยให้นครโฮจิมินห์รักษาอัตราการเติบโตในปี 2026
“เมื่อก่อน ภาคบริการมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 63 ของ GRDP ของนครฯ แต่ปัจจุบัน บ่าเหรียะ-หวุงเต่าและบิ่งเยืองถูกควบรวมกับนครโฮจิมินห์แล้ว ซึ่งท้องถิ่น 2 แห่งนี้มีภาคอุตสาหกรรมที่สนับสนุนร้อยละ 60 ต่อ GRDP ในขณะที่ภาคบริการสนับสนุนเพียงร้อยละ 23 ดังนั้น ทั้ง 3 ท้องถิ่นนี้คือ นครโฮจิมินห์ บิ่งเยืองและบ่าเหรียะ-หวุงเต่าจึงสามารถสนับสนุนกันได้เป็นอย่างดี”
ในปี 2026 นครโฮจิมินห์ได้ตั้งเป้าหมายว่า อัตราการเติบโตของ GRDP บรรลุกว่าร้อยละ 10 GRDP ต่อหัวประชากรบรรลุ 9,800 ดอลลาร์สหรัฐ ยอดเงินลงทุนทางสังคมคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของ GRDP และเศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็นร้อยละ 30 ของ GRDP นอกจากนี้ ทางนครโฮจิมินห์ยังตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2026 ดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับจังหวัดหรือ PCI จะอยู่อันดับที่ 10 จากจำนวนทั้งหมด 34 จังหวัดและนคร ดัชนีประสิทธิภาพการบริหารราชการระดับจังหวัดหรือ PAPI อยู่อันดับที่ 5 จาก 34 จังหวัดและนคร
ดังนั้น ตั้งแต่ต้นปี 2026 นครโฮจิมินห์ได้เร่งดำเนินการตามมติที่ 98 ฉบับแก้ไขซึ่งสภาแห่งชาติเพิ่งอนุมัติผ่านโครงการและกิจการสำคัญๆ ควบคู่กันนั้น ทางนครฯ เน้นบริหารจัดการ เปิดกิจการต่าง ๆ และใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดึงดูดการลงทุนในด้านต่างๆ ที่เวียดนามกำหนดว่า เป็นก้าวกระโดดในศักราชใหม่ นาย เจืองมิงฮุยหวู หัวหน้าสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานครโฮจิมินห์แสดงความเห็นว่า
“ต้องเน้นชี้นำและดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างละเอียดถี่ถ้วน เจตนารมณ์ในปี 2026 คือ “การสร้างสรรค์ร่วมกัน” การทำงานร่วมกัน การแบ่งปันผลประโยชน์และการแบ่งปันความเสี่ยงกับนักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในภาคส่วนที่นครโฮจิมินห์ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ”
นาย เจิ่นลิวกวาง เลขาธิการพรรคสาขานครโฮจิมินห์ |
นอกจากนี้ ในฐานะเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการศึกษาและฝึกอบรมของประเทศ นครโฮจิมินห์ให้ความสนใจถึงการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา รวมถึงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทุกด้าน
ในปี 2026 หน้าที่ที่วางไว้ต่อนครโฮจิมินห์ไม่เพียงแต่ต้องรักษาอัตราการเติบโตในระดับสูงเอาไว้เท่านั้น หากยังต้องยกระดับคุณภาพของการพัฒนา โดยผสานการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การสร้างตัวเมืองที่มีความสร้างสรรค์ มีมนุษยธรรม และเชื่อมโยงกับทั้งชุมชนภายในประเทศและนานาชาติ ดังที่นาย เจิ่นลิวกวาง เลขาธิการพรรคสาขานครโฮจิมินห์ได้ย้ำว่า
“มติ โครงการและกฎระเบียบมีแล้ว ประเด็นสำคัญที่สุดตอนนี้คือเราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ตามความเห็นของผม ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ต้นปี 2026 สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนตั้งแต่โครงการแรก การดำเนินการแรกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนมุ่งมั่นทำงานมากขึ้น เราต้องเน้นสร้างเมืองที่พัฒนาในฐานะเป็นหัวเรือและศูนย์กลางการเติบโตของประเทศ”
นครโฮจิมินห์กำลังมีทั้งโอกาสและความท้าทาย การธำรงบทบาทนี้จะไม่เพียงแต่ช่วยให้นครโฮจิมินห์มีความมั่นคงมากขึ้นในระยะการพัฒนาต่อไปเท่านั้น หากยังจะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจเวียดนามก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยแรงผลักดันที่เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นอีกด้วย.