จากความมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคสู่ความคาดหวังแห่งการผงาดในศักราชใหม่

(VOVWORLD) -วาระการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 13 มีขึ้นในสภาวการณ์พิเศษที่ประเทศและโลกต้องเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ต่างๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 และความไร้เสถียรภาพทั่วโลก จากการที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายที่ไม่เคยมีมาก่อนนั้น ความมุ่งมั่น สติปัญญาและพลังของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติก็ได้รับการยืนยัน ภายใต้การนำของพรรค เวียดนามได้ฟันฝ่าอุปสรรค บรรลุผลสำเร็จที่สำคัญ สร้างพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อย่างเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่

จากความมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคสู่ความคาดหวังแห่งการผงาดในศักราชใหม่ - ảnh 1รองนายกรัฐมนตรี เหงวียนหว่าบิ่ง  (Photo: TTXVN)

ในวาระการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 บนเจตนารมณ์แปรความเสี่ยงให้เป็นโอกาส ภายใต้การนำของพรรค การบริหารอย่างเคร่งครัดของรัฐบาลและการร่วมแรงร่วมใจและความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ของประชาชน เวียดนามได้ฟันฝ่าอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ เสร็จสิ้นการปฏิบัติเป้าหมายและหน้าที่การพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมและบรรลุผลงานที่โดดเด่นในด้านต่างๆ

ผลสำเร็จที่โดดเด่น

รองนายกรัฐมนตรี เหงวียนหว่าบิ่ง เผยว่า ในวาระการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 เศรษฐกิจมหภาคมีเสถียรภาพ การขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ความสมดุลใหญ่ต่างๆ ได้รับการค้ำประกัน อัตราการขยายตัวจีดีพีในปี 2025 เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจที่ร้อยละ 8.02 ทำให้อัตราจีดีพีเฉลี่ยของทั้งระยะอยู่ในระดับสูงที่สุดในภูมิภาคคือร้อยละ 6.3  ขนาดเศรษฐกิจอยู่อันดับที่ 32 ของโลก รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่กว่า 5 พันดอลลาร์สหรัฐ ในวาระนี้ เวียดนามได้ประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างองค์กรในระบบการเมือง  องค์การบริหารราชการให้กระทัดรัดและมีประสิทธิภาพ

“จุดเด่นที่สองคือการปรับโครงสร้างองค์กรในระบบการเมืองให้กระทัดรัด ซึ่งผลสำเร็จของส่วนงานนี้คือมีโครงสร้างองค์กรในระบบการเมืองที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น   จุดเด่นที่สามคือก้าวกระโดดด้านกลไกนโยบาย นี่เป็นหนึ่งในสามก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 ได้กำหนดไว้”

งานด้านการจัดทำกฎหมายได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็งจากแนวคิดเชิงการบริหารไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และการแก้ไขอุปสรรค โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์มีก้าวพัฒนาอย่างข้ามขั้น โดยสามารถเสร็จสิ้นการก่อสร้างถนนไฮเวย์กว่า 3 พัน 3 ร้อยกิโลเมตร ถนนริมฝั่งทะเลกว่า 1,700 กิโลเมตร สูงกว่าเป้าหมายที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 กำหนดไว้  พัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจอื่นๆ เตรียมความพร้อมสำหรับการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในวาระต่อไป

รองนายกรัฐมนตรี เหงวียนหว่าบิ่ง เผยว่า เวียดนามได้เปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการขยายตัว สร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ศักราชแห่งการผงาด เศรษฐกิจมีการปรับเปลี่ยนด้านคุณภาพ จากส่วนกว้างไปยังส่วนลึก เศรษฐกิจแห่งสีเขียวและการปรับเปลี่ยนด้านพลังงานได้กลายเป็นแนวโน้มหลักด้วยคำมั่นที่เข้มแข็งเกี่ยวกับ Net Zero

สำหรับงานด้านสวัสดิการสังคม พรรคและรัฐให้ความสนใจเป็นพิเศษต่องานด้านการดูแลสวัสดิการสังคมบนเจตนารมณ์ไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยได้เสร็จสิ้นการแก้ไขปัญหาบ้านชั่วคราวและบ้านทรุดโทรมในทั่วประเทศก่อน 5 ปี อัตราครอบครัวยากจนหลายมิติได้ลดลงเหลือร้อยละ 1.3 และมีการจัดงบประมาณกว่า 1,000 ล้านล้านด่งต่อปีสำหรับกิจกรรมสวัสดิการสังคม

พื้นฐานเพื่อพัฒนาในระยะใหม่

เพื่อมุ่งสู่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 และวิสัยทัศน์จนถึงปี 2030 รำลึกครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคและการรำลึกครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งประเทศในปี 2045 รัฐบาลเวียดนามกำหนด 10 กลุ่มหน้าที่หลัก โดยย้ำถึงการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  สร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้แก่ศักราชใหม่

“หนึ่งคือ เน้นการขยายตัวอย่างข้ามขั้น เมื่อก่อนนี้ พวกเราตั้งเป้าไว้ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ร้อยละ 6-8 และในวาระนี้ ทั้งพรรคและท้องถิ่นต่างๆตั้งเป้าไว้ว่า อัตราการขยายตัวจะอยู่ที่เลขสองหลัก สองคือ ต้องเน้นการจัดทำระบบกลไกนโยบายเพื่อให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนของการขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม”

เวียดนามจะเน้นลงทุนและเสร็จสิ้นการก่อสร้างและเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงระหว่างเขตและภูมิภาค ระดมแหล่งพลังเพื่อก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเหนือจรดใต้ เปิดใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่ง วิจัยและฟื้นฟูโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อค้ำประกันพลังงานที่สะอาดและมีเสถียรภาพเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ซึ่งการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ   ผลักดันรูปแบบการวิจัยและพัฒนา จัดทำฐานข้อมูล ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติระดับภูมิภาค วิจัยการจัดทำกลไกเฉพาะ ดึงดูดเครือบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกให้เข้ามาลงทุนในเวียดนาม ผลักดันการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพในสังคม ส่งเสริมสถานประกอบการต่างๆลงทุนเพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูง

รัฐบาลจะสร้างก้าวกระโดดด้านแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง  ปรับปรุงโครงสร้างองค์การในระบบการเมืองให้กระทัดรัดและการปฏิรูปราชการ ถือการพัฒนาวัฒนธรรมมีความสำคัญเทียบเท่ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาวัฒนธรรมและคนเวียดนาม ควบคู่กันนั้นคือการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ค้ำประกันสวัสดิการสังคม ยกระดับงานด้านการต่างประเทศและเสริมสร้างงานด้านกลาโหม-ความมั่นคง เป็นฝ่ายรุกในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกและจริงจัง รักษาบรรยากาศที่สันติภาพและเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ยืนหยัดปกป้องเอกราช อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด