ความระแวงสงสัยต่อคำมั่นค้ำประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครนจากนโยบายของสหรัฐ
Quang Dung- VOV5 -  
(VOVWORLD) -เมื่อวันที่ 6 มกราคม ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส การประชุมของกลุ่มพันธมิตรแห่งความเต็มใจ ซึ่งประกอบด้วยประเทศฝ่ายตะวันตกที่สนับสนุนยูเครนได้บรรลุความคืบหน้าในการร่างคำมั่นเกี่ยวกับการค้ำประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครนในอนาคตแต่กิจกรรมทางทหารและการทูตของสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ได้ทำให้เกิดความระแวงสงสัยต่อคำมั่นต่างๆดังกล่าว
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Photo: Reuters) |
การประชุมของกลุ่มพันธมิตรแห่งความเต็มใจมีการเข้าร่วมของผู้นำเกือบ 30 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู อังกฤษและประเทศนอกยุโรปแต่เป็นพันธมิตรของยูเครน เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
คำมั่นการค้ำประกันความมั่นคงในระยะยาว
ในแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุม บรรดาประเทศสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรแห่งความเต็มใจได้ย้ำว่า ทุกข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนในอนาคตต้องประกอบด้วยคำมั่นค้ำประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครนที่เข้มแข็งและมีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งประเทศต่างๆเหล่านี้ยังให้คำมั่นที่จะมุ่งสู่สันติภาพ ยุติธรรรม ยั่งยืน สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมทั้งยืนยันว่า ความสามารถในการป้องกันตนเองของยูเครนเป็นปัจจัยหลักให้แก่ความมั่นคงของประเทศนี้ในอนาคตรวมถึงความมีเสถียรภาพของยุโรป-มหาสมุทรแอตแลนติก
คำมั่นที่สำคัญที่สุดมาจากฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งเป็นสองประเทศมหาอำนาจทางทหารในยุโรป โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ และประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยการจัดตั้งกองกำลังนานาชาติเพื่อทำการตรวจสอบและค้ำประกันการปฏิบัติข้อตกลงหยุดยิงในยูเครนถ้าหากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องบรรลุข้อตกลงหยุดงยิง ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษพร้อมส่งทหารนับพันนายเข้าร่วมกองกำลังนี้ ช่วยเหลือยูเครนในการก่อสร้างฐานทัพทหารทั่วประเทศเพื่อปกป้องและสำรองอาวุธยุทโธปกรณ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ สหรัฐให้คำมั่นที่จะสนับสนุนการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครนแม้ในฐานะเป็นผู้ตรวจสอบ
การเข้าร่วมของนาย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษและนาย จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมครั้งนี้เป็นสัญญาณในเชิงบวกต่อกลุ่มพันธมิตรฯและยูเครนเกี่ยวกับการที่สหรัฐเข้าร่วมกลไกค้ำประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครนในอนาคต นาย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐเผยว่า ทางการสหรัฐไม่เพียงแต่ให้คำมั่นเดินหน้าปฏิบัติกลไกการตรวจสอบข้อตกลงหยุดยิงและสนับสนุนกองกำลังระหว่างประเทศเท่านั้น หากยังพร้อมร่วมมือด้านเศรษฐกิจอย่างกว้างลึกมากขึ้นกับยูเครนในอนาคต
“ผมคิดว่า พวกเราใกล้จะเสร็จสิ้นการจัดทำกลไกด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนยูเครนแน่ใจว่า การปะทะจะยุติตลอดกาล แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือพวกเราใกล้จะบรรลุข้อตกลงที่มีความก้าวหน้าหลังการปะทะที่ไม่เคยมีมาก่อน”
นาง กายา กัลลัส ตัวแทนระดับสูงด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป (Photo: Reuters) |
คำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
แม้ไม่ใช่ก้าวกระโดดที่สร้างจุดเปลี่ยนในการแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนแต่คำมั่นต่างๆที่มีขึ้นในการประชุมของกลุ่มพันธมิตรแห่งความเต็มใจถือเป็นสัญญาณในเชิงบวกต่ออนาคตความมั่นคงของยูเครน แต่อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คุกคามและทำลายความเห็นพ้องที่กลุ่มพันธมิตรแห่งความเต็มใจได้บรรลุคือความขัดแย้งที่นับวันเพิ่มมากขึ้นระหว่างยุโรปกับสหรัฐที่เกี่ยวข้องถึงวิกฤตเวเนซุเอลาและแผนการผนวกกรีนแลนด์ของสหรัฐ ซึ่งสองปัญหานี้บังคับให้บรรดาประเทศยุโรปต้องมีท่าทีที่เหมาะสม สำหรับวิกฤตเวเนซุเอลา ประเทศยุโรปส่วนใหญ่มีความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการตำหนิกิจกรรมทางทหารและแรงกดดันด้านการทูตของสหรัฐต่อเวเนซุเอลาแต่ยังแสดงการสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายสากลและความเป็นระเบียบเรียบร้อยระหว่างประเทศ แต่ความเสี่ยงที่สหรัฐอาจผนวกกรีนแลนด์แม้จะมีการคัดค้านจากเดนมาร์กและทางการเกาะแห่งนี้บังคับให้ยุโรปต้องมีการประกาศที่เข้มแข็งมากขึ้น โดยบรรดาผู้นำประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน สหราชอาณาจักร และเดนมาร์ก ได้ออกแถลงการณ์ร่วมโดยเน้นย้ำว่า กรีนแลนด์เป็นของเดนมาร์ก เดนมาร์กและกรีนแลนด์มีสิทธิ์ตัดสินใจปัญหาที่เกี่ยวข้องถึงเกาะแห่งนี้ นาง กายา กัลลัส ตัวแทนระดับสูงด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรปหรืออียูได้ยอมรับว่า
“พวกเรามีความวิตกกังวลต่อการประกาศเมื่อเร็วนี้เกี่ยวกับกรีนแลนด์ บรรดาประเทศยุโรปได้มีการหารือเกี่ยวกับท่าทีของยุโรปเมื่อปัญหานี้เกิดขึ้น เดนมาร์กเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐและการประกาศเมื่อเร็วๆนี้ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาเสถียรภาพของโลก”
บรรดาผู้สังเกตการณ์เห็นว่า ยุโรปกำลังต้องครุ่นคิดเพื่อตัดสินใจเลือกอย่างยากลำบากเนื่องจากต้องแสดงท่าทีต่อนโยบายการต่างประเทศใหม่ของสหรัฐอย่างเข้มแข็งในปัญหาของเวเนซุเอลาและกรีนแลนด์ และปัญหาอื่นๆ แต่ยังต้องค้ำประกันการแทรกแซงของสหรัฐในการแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนเนื่องจากสหรัฐยังคงมีบทบาทสำคัญในด้านการเมือง ทหารและความมั่นคงต่อกระบวนการนี้ สำหรับยุทธศาสตร์ในระยะยาว ยุโรปต้องมีท่าทีที่เหมาะสมเพื่อธำรงความสามัคคี การคงอยู่ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ดังนั้น ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดต่อการแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนอาจขึ้นอยู่กับการที่ยุโรปสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกใหม่อย่างไรต่อประเทศสหรัฐที่กำลังเปลี่ยนแปลง.
Quang Dung- VOV5