(VOVWORLD) -การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 เปิดศักราชแห่งการพัฒนาใหม่ของประเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 กำหนดไว้ ท้องถิ่นต่างๆได้ปฏิบัติแนวทางที่เป็นรูปธรรมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะเมื่อบรรยากาศการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ได้รับการขยายหลังการควบรวมท้องถิ่นต่างๆ
นาย เลเตี๊ยนโจว์ เลขาธิการพรรคสาขานครไฮฟอง กล่าวปราศรัยในการประชุมสรุปผลการปฏิบัติหน้าที่การพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมปี 2025 และหน้าที่ในปี 2026 เมื่อวันที่ 9 มกราคม (Photo: plo.vn) |
นับตั้งแต่การประชุมใหญ่พรรคสาขาทุกระดับที่ถูกจัดขึ้นนับตั้งแต่ครึ่งหลังของปีที่แล้ว ท้องถิ่นต่างๆได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาในรอบด้าน สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาอย่างข้ามขั้นของประเทศในระยะใหม่
เสริมสร้างพื้นฐาน
สำหรับนครไฮฟอง ซึ่งเป็นขั้วแห่งการเติบโตที่สำคัญในภาคเหนือ หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆในปีแรกของการปฏิบัติมติต่างๆของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 คือ การเสริมสร้างบทบาทของนครไฮฟองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทานของประเทศและภูมิภาค ในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไฮฟองยังธำรงสถานะเป็นหัวเรือ โดยอัตรา GRDP อยู่ที่ร้อยละ 11.81 อยู่อันดับ 2 ของประเทศและเป็นปีที่ 11 ติดต่อกันที่นครไฮฟองธำรงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เลข 2 หลัก จนถึงขณะนี้ นครไฮฟองได้ดึงดูดโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือเอฟดีไอกว่า 1 พันโครงการ รวมยอดเงินลงทุน 4 หมื่น 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมติที่ 226 ของสภาแห่งชาติเกี่ยวกับกลไกพิเศษในการมอบสิทธิการตัดสินใจเองในการบริหารจัดการที่ดินและงบประมาณให้แก่นครไฮฟอง เป็นกุญแจทองเพื่อให้นครไฮฟองบรรลุก้าวกระโดดด้านโครงสร้างพื้นฐานและกลไกในระยะต่อไป นาย เลเตี๊ยนโจว์ เลขาธิการพรรคสาขานครไฮฟองได้ยืนยันว่า
“พวกเราตระหนักได้ดีว่า การพัฒนาของนครไฮฟองไม่ใช่เรื่องราวของนครไฮฟองเอง ซึ่งพวกเราคำนึงถึงทั้งพลังขับเคลื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมาและพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ รวมทั้งแหล่งพลังต่างๆ จึงเสนอว่า ในวาระปี 2026-2030 อัตรา GRDP ของนครไฮฟองควรอยู่ที่ร้อยละ 13 ขึ้นไปและพยายามเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14”
นครไฮฟองกำลังตั้งใจเสริมสร้างความได้เปรียบต่างๆ ซึ่งการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจริมฝั่งทะเลทิศใต้ในพื้นที่กว่า 2 หมื่นเฮกตาร์ เขตประกอบการเสรี ท่าเรือน้ำลึกในแหลกเหวียนและเขตนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 12 แห่งในปีที่ผ่านมาได้สร้างความได้เปรียบให้แก่นครไฮฟองในการดึงดูดการลงทุน นาย ฝ่ามวันแทบ หัวหน้าคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจนครไฮฟองได้เผยว่า
“สองเศรษฐกิจริมฝั่งทะเลได้แก่เขตเศรษฐกิจดิ่งหวู-ก๊าดหายและเศรษฐกิจริมฝั่งทะเลทิศใต้ของนครไฮฟองได้รับการวางผัง เปิดบรรยากาศการพัฒนาและศักยภาพการลงทุนใหญ่ให้แก่โครงการขอบเขตใหญ่ๆ ปัจจุบัน นครโฮฟองได้ทำการวิจัยและยื่นเสนอต่อรัฐบาลอนุมัติจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ 5 พัน 3 ร้อยเฮกตาร์ในเขตทิศตะวันตกของนครไฮฟองตามแนวทางการพัฒนาในด้านพิเศษ เช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์และสมุนไพร
นาย เหงวียนแทงห่ง ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยีนครดานัง |
กำหนดพลังขับเคลื่อนแห่งการขยายตัวใหม่
สำหรับจังหวัดและนครอื่นๆ บรรยากาศการพัฒนาใหม่หลังการควบรวมท้องถิ่นได้รับการกำหนดควบคู่กับการกำหนดพลังขับเคลื่อนแห่งการขยายตัวใหม่ จากการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงด้วยจุดแข็งด้านการเกษตร แต่หลังจากที่ควบรวมกับจังหวัดซอกจังและจังหวัดเหิ่วยาง นครเกิ่นเทอกำหนดว่า ในระยะต่อไป การพัฒนาอุตสาหกรรมจะเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ นาย เหงวียนวันหว่า รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครเกิ่นเทอเผยว่า ทางนครฯจะเน้นปรับปรุงงานด้านการวางผังเขตนิคมอุตสาหกรรมให้มีความสมบูรณ์ ผลักดันการปฏิบัติโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเจิ่นเด่ ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนแห่งการพัฒนาใหม่ของนคร ในปี 2026 นครเกิ่นเทอจะจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 3 แห่ง วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างและเปิดใช้ 6 โครงการ นาย เหงวียนวันหว่า ได้เผยว่า
“คาดว่า นครเกิ่นเทอจะมีเขตเศรษฐกิจ 5 แห่งและกำหนด 6 ระเบียงเศรษฐกิจตามขอบเขตของนครในปัจจุบัน เน้นพัฒนาด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ตัวเมือง การท่องเที่ยว สาธารณสุข การศึกษา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมทั้งทางรถไฟ ทางอากาศ ทางน้ำ ทางทะเลและท่าเรือต่างๆ”
ในภาคกลาง มติที่ 259 ปี 2025 ของสภาแห่งชาติเกี่ยวกับการปฏิบัติกลไกและนโยบายพิเศษเพื่อพัฒนานครดานังเป็นการนำร่องได้เปิดโอกาสเพื่อให้นครดานังกำหนดพลังขับเคลื่อนใหม่บนพื้นฐานของนวัตกรรม เศรษฐกิจฐานความรู้ เทคโนโลยีและแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง รวมไปถึงระบบนิเวศธุรกิจสตาร์ทอัพนวัตกรรมชั้นนำของโลก โดยตั้งเป้าไว้ว่า จะมีบริษัทเทคโนโลยี “ยูนิคอร์น” อย่างน้อย 1 แห่งและพัฒนาสถานประกอบการนวัตกรรมประมาณ 500 แห่ง นาย เหงวียนแทงห่ง ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยีนครดานังได้ชี้ชัดว่า
“นครดานังผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในด้านต่างๆ เช่น ตัวเมืองอัจฉริยะ สาธารณสุข การศึกษา โลจิสติกส์และการท่องเที่ยว จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติในนครดานัง ศูนย์ทดลอง AI ในเขตนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเพื่อสร้างสรรค์ระบบนิเวศในระยะยาว ยั่งยืนทั้งด้านแหล่งบุคลากร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนานครดานังให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการขยายตัวและการทำธุรกิจสตาร์ทอัพนวัตกรรมชั้นนำของประเทศและภูมิภาค”
ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 จะมีส่วนช่วยเปิดระยะแห่งการพัฒนาใหม่ในทุกด้านของประเทศ ซึ่งจังหวัดและนครแต่ละแห่งต่างมีบรรยากาศการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาอย่างเข้มแข็งในศักราชใหม่.