(VOVWORLD) - สำหรับประชาชาติเวียดนาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็งของยุคแห่งการผสมผสานและชีวิตที่ทันสมัย เวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังมีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมอีกด้วย
โครงการ "การเชื่อมโยงวสันต์ฤดูฉลองตรุษเต๊ต 2026" มีแขกรับเชิญทั้งภายในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก (HCCT) |
จากธรรมเนียมปฏิบัติในทุกครอบครัวในวันตรุษเต๊ตและคำอวยพรปีใหม่ ไปจนถึงดนตรี อาหาร เครื่องแต่งกายและวิถีชีวิต วัฒนธรรมเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความมุ่งมั่น ความมั่นใจ เปิดกว้าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในรายการพิเศษของเราวันนี้ ทางผู้จัดทำรายการขอเชิญท่านฟังเรื่องราว “เทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนามและขบวนการแห่งการผสมผสานด้านวัฒนธรรมในศักราชใหม่” ซึ่งเป็นการบอกเล่าเกี่ยวกับการอนุรักษ์และความคิดสร้างสรรค์ ประเพณีและความทันสมัย เพื่อให้การผสมผสานทางวัฒนธรรมเป็นการสานต่อ การขยายผลและยืนยันถึงคุณค่าของเวียดนามบนเวทีโลก
บรรดาผู้แทนเข้าร่วมงาน (HCCT) |
วัฒนธรรมตรุษเต๊ตของเวียดนามผ่านประสบการณ์ของเพื่อนมิตรชาวต่างชาติ
เสียงกลองและการแสดงเชิดสิงโตได้สร้างบรรยากาศที่คึกคักในวันงานฉลองตรุษเต๊ต ณ วิทยาลัยการค้าและการท่องเที่ยวฮานอย กิจกรรมเชิงประสบการณ์ได้สาธิตเทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนามอย่างมีชีวิตชีวา โดยมีเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ประจำเวียดนามเข้าร่วม
บูธเล็กๆ ที่จัดแสดงอาหารตรุษเต๊ตของชาวฮานอยในอดีต ด้วยสีเขียวของขนมข้าวต้มมัดใหญ่ สีแดงของข้าวเหนียวฟักข้าว สีเหลืองของไก่ลวกและสีขาวของหัวหอมดอง พร้อมการดื่มชาและทานผลไม้แช่อิ่ม ได้สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากต่อเพื่อนมิตรชาวต่างชาติ นาง ซิลเวีย ซีโอเคตซา เลขานุการคนที่ 3 ของสถานเอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ประจำเวียดนาม และนาย คอร์ฮาน เคมีก เอกอัครราชทูตตุรกีประจำเวียดนามได้เผยว่า
“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสฉลองเทศกาลตรุษเต๊ตในเวียดนาม เพราะทำให้ได้รับประสบการณ์และความสุขมากมาย ช่วยให้ดิฉันมีความเข้าใจเวียดนามและเทศกาลตรุษเต๊ตมากขึ้น ผ่านงานนี้ ดิฉันยังเข้าใจวิธีการทำอาหารพื้นเมืองในวันตรุษเต๊ตซึ่งเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดของชาวเวียดนามในวันตรุษเต๊ต ดิฉันได้ลองทานข้าวต้มมัดใหญ่และได้ลองทำเองด้วย ดิฉันชอบอาหารเวียดนามมาก อาหารเวียดนามดีต่อสุขภาพมาก”
“ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่เพื่อฉลองเทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนาม ผมคิดว่า เวียดนามมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดมายาวนานและอาหารที่อร่อยมาก ซึ่งเทศกาลตรุษเต๊ตเป็นการพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงสิ่งเหล่านั้น โดยมีการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาหารอร่อย และคุณค่าทางจิตใจ โดยเฉพาะคุณค่าของครอบครัว – ทุกคนมารวมตัวกัน อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมของตุรกี”
บรรดาเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆเยี่ยมชมบูธแนะนำอาหารเวียดนาม |
นางสาว อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ได้แสดงความยินดีที่ได้ชมวิธีการห่อขนมข้าวต้มมัดใหญ่ด้วยใบตองสาด ข้าวเหนียว หมูและถั่วเขียว
“ดิฉันได้สัมผัสบรรยากาศของเทศกาลตรุษเต๊ตและรู้สึกว่า ฤดูใบไม้ผลิกำลังเวียนมา ดอกเหมยที่บานสะพรั่งเป็นการบ่งบอกว่า ปีใหม่ปีมะเมียมาถึงแล้ว ดิฉันเชื่อมั่นว่า ปีใหม่จะนำสิ่งดีๆ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทุกครอบครัวและชาวเวียดนามทุกคน ดิฉันยังได้เข้าร่วมและสัมผัสกิจกรรมตามประเพณี ได้ลิ้มลองขนมข้าวต้มมัดใหญ่ และรู้สึกถึงความตื่นเต้นของทุกคนเมื่อเทศกาลตรุษเต๊ตใกล้เข้ามา ดิฉันเชื่อมั่นว่า คนรุ่นใหม่จะยังคงให้ความสำคัญต่อคุณค่าดั้งเดิมเหล่านี้และอนุรักษ์ให้แก่คนรุ่นต่อๆไป”
นอกจากการเยี่ยมชมบูธแนะนำอาหารพื้นเมืองแล้ว เพื่อนมิตรชาวต่างชาติยังได้ลองวาดภาพพื้นเมืองดงโห่ด้วยตนเอง ชมฝีมือช่างปั้นเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม เข้าร่วมกิจกรรมเขียนตัวอักษรมงคล ที่บูธเขียนตัวอักษรมงคล ขณะที่ภริยาของเอกอัครราชทูตยูเครนประจำเวียดนามขอตัวอักษรมงคลว่า “สันติภาพ” นาย อูลาดิมีร์ บาราวิกู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเบลารุสประจำเวียดนามก็แสดงความกระตือรือร้นที่จะลองวาดภาพพื้นเมืองดงโห่ด้วยตนเอง
“จากประสบการณ์ของผม เทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนามเป็นวันงานที่น่าสนใจมากและมีชีวิตชีวาที่สุด โดยมีการจัดเทศกาลพื้นเมืองต่างๆ กิจกรรมด้านศิลปะและงานฝีมือที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราเข้าร่วมและดื่มด่ำกับวัฒนธรรมเวียดนามอย่างเต็มที่ ผมเข้าร่วม 2 กิจกรรม คือ วาดภาพพื้นเมืองดงโห่และรับประทานข้าวเหนียวแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ผมยังมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ผ่านงานนี้ ผมเล็งเห็นถึงความขยันหมั่นเพียรของชาวเวียดนาม การมองโลกในแง่ดีและความสุขของพวกเขา ชาวเวียดนามทำงานหนักมาก แต่ก็ยังคงร่าเริงอยู่เสมอ และเทศกาลตรุษเต๊ตเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่และการให้ความสำคัญต่อโอกาสในชีวิต”
เทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนามเป็นวันงานที่น่าสนใจมากและมีชีวิตชีวาที่สุด |
เราเพิ่งได้สัมผัสบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของเทศกาลตรุษเต๊ตกับบรรดาเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะทูตานุทูตประจำเวียดนาม เมื่อเพื่อนมิตรชาวต่างชาติกล่าวถึงเทศกาลตรุษเต๊ตของเวียดนามด้วยความรักและให้ความสำคัญ นั่นคือช่วงเวลาที่วัฒนธรรมเวียดนามก้าวออกจากพื้นที่แห่งเทศกาลเพื่อผสมผสานเข้ากับกระแสวัฒนธรรมโลก ควบคู่กับการเติบโตของพลังที่เข้มแข็งของประเทศ วัฒนธรรมเวียดนามกำลังค่อยๆ สร้างสถานะบนแผนที่วัฒนธรรมโลก และยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรมของเวียดนามกำลังได้รับการวิจัย พิจารณาและเสนอแนะในฐานะวิสัยทัศน์ที่มีคุณค่า ในทางกลับกัน วัฒนธรรมก็กำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญของการทูตของประเทศชาติมากขึ้น
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม องค์การยูเนสโกได้ประกาศรับรองแหล่งท่องเที่ยว เอียนตื๋ - หวิงเงียม โกนเซิน-เกี๊ยบบากในจังหวัดกวางนิงห์ บั๊กนิงห์และเมืองไฮฟองเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก |
วัฒนธรรม – Soft Power ของการทูตเวียดนาม
เพื่อส่งเสริม Soft Power ของประเทศอย่างเต็มที่ในสภาวการณ์แห่งการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่กว้างลึกมากขึ้น ยุทธศาสตร์การทูตทางวัฒนธรรมของเวียดนามถึงปี 2030 ได้ยืนยันบทบาทของการทูตทางวัฒนธรรมในฐานะเสาหลักสำคัญของการทูตที่ทันสมัย ครอบคลุมและเป็นมืออาชีพ ควบคู่กับการทูตทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อมีส่วนร่วมยกระดับ Soft Power และสถานะของเวียดนามบนเวทีระหว่างประเทศ วัฒนธรรมเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้เวียดนามเข้าใกล้มิตรประเทศมากขึ้น เผยแพร่ภาพลักษณ์ของคนเวียดนามที่เป็นมิตร มีความเมตตา มีความคิดสร้างสรรค์ และเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นก้าวรุดหน้าไป
การทูตทางวัฒนธรรมที่ถูกระบุในยุทธศาสตร์การพัฒนาวัฒนธรรมถึงปี 2030 ไม่ได้มีเพียงแค่การแนะนำคุณค่าที่มีอยู่เท่านั้น หากยังเน้นถึงการผสมผสานและการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง ผ่านการเข้าร่วมฟอรั่มวัฒนธรรมระดับนานาชาติอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเป็นการยืนยันถึงบทบาทของเวียดนามไม่เพียงแต่ในฐานะผู้รับเท่านั้น หากยังเป็นหุ้นส่วนที่มีความรับผิดชอบในชีวิตทางวัฒนธรรมระดับโลกอีกด้วย
เมื่อมติที่ 80 มีผลบังคับใช้ วัฒนธรรมจะกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงและเป็นจุดแข็งภายในของประเทศ |
ตามความเห็นของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม โงเลวัน การผสมผสานทางวัฒนธรรมในศักราชใหม่เป็นกระบวนการที่ทั้งเปิดกว้างและอนุรักษ์ เป็นกระบวนการแห่งการเป็นฝ่ายรุกในการเรียนรู้และซึมซับความดีเลิศของวัฒนธรรมมนุษยชาติ พร้อมทั้ง ยืนยันและเผยแพร่คุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเวียดนามอีกด้วย โดยมีการผสมผสาน แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมของประชาชาติเอาไว้
“การทูตของเวียดนาม รวมทั้งการทูตทางวัฒนธรรมกำลังเผชิญกับภารกิจทางประวัติศาสตร์ ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสถานะเชิงยุทธศาสตร์ของศักราชใหม่ เราต้องส่งเสริมการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกที่กว้างลึกในเชิงรุกและมีประสิทธิภาพในเวทีวัฒนธรรมพหุภาคีและทวิภาคี เพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของเวียดนามสู่โลก พร้อมทั้งซึมซับความดีเลิศของอารยธรรมมนุษย์เข้ามาในเวียดนามเพื่อเพิ่มพูน Soft Power ของชาติและมีส่วนร่วมที่มีคุณค่าต่ออารยธรรมมนุษย์”
ในสภาวการณ์แห่งโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลที่เข้มแข็ง วัฒนธรรมไม่ได้พัฒนาตามหลังหากต้องกลายเป็นแหล่งพลังที่สำคัญโดยการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเวียดนามได้รับการบอกเล่าผ่านวิธีการที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งกำลังเปิดโอกาสเพื่อให้ภาพลักษณ์ของเวียดนามเข้าใกล้โลกมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั่วโลก นาย เหงียนท้ายเหียบ รองหัวหน้าสถาบันวิจัยพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมและศิลปะแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า
“การส่งเสริมการพบปะสังสรรค์ด้านวัฒนธรรมระหว่างเวียดนามและทั่วโลกจะช่วยให้เอกลักษณ์ของประชาชาติได้รับการรักษาและเสริมสร้างมากขึ้นในกระบวนการผสมผสาน การส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมจะเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญ มีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะใหม่”
รายการวสันต์ฤดูในบ้านเกิด ณ ประเทศมาเลเซีย (VNA) |
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในยุทธศาสตร์นี้คือบทบาทของชุมชนชาวเวียดนามโพ้นทะเล เพราะชาวเวียดนามโพ้นทะเลกว่า 5 ล้านคนถือว่ามีความเหมาะสมในการเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ซึ่งการรักษาภาษาเวียดนาม ขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชนของตนและเผยแพร่คุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนามในประเทศที่พวกเขาอยู่อาศัยได้มีส่วนช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของเวียดนามมีชีวิตชีวาและใกล้ชิดมากขึ้นในสายตาของเพื่อนมิตรชาวต่างชาติ การทูตทางวัฒนธรรมที่ถูกระบุในยุทธศาสตร์การพัฒนาวัฒนธรรมจนถึงปี 2030 เป็นกระบวนการระยะยาวที่ต้องอาศัยความพยายาม ความคิดสร้างสรรค์และการประงานงานอย่างพร้อมเพรียง เป็นเส้นทางที่เวียดนามจะสามารถผสมผสานอย่างกว้างลึกไปพร้อมๆ กับการรักษาเอกลักษณ์ของตนเอาไว้ เพื่อค้ำประกันว่า คุณค่าดั้งเดิมยังคงมีเอกลักษณ์เมื่อนำเสนอสู่โลก พร้อมทั้งเสริมสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยว เหงียนวันหุ่ง ยืนยันว่า
“การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกด้านวัฒนธรรมในเชิงรุก การเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างครอบคลุมจากแค่การแลกเปลี่ยนและการพบปะสังสรรค์ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และการใช้พลังที่เข้มแข็งของชาติเป็นรากฐานในการสานต่อเรื่องราวของเวียดนามในศักราชใหม่ วัฒนธรรมเวียดนามเป็นแหล่งที่มาของอัตลักษณ์ เป็น Soft Power เพื่อผสมผสาน ช่วยให้เวียดนามยืนยันถึงความมุ่งมั่น เอกลักษณ์ เผยแพร่คุณค่าและสร้างสถานะของตนในกระแสวัฒนธรรมโลก”
ด้วยการเปลี่ยนแนวคิดจากการแลกเปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม จากการแนะนำสิ่งที่มีไปสู่การร่วมกันสร้างสรรค์และเดินพร้อมกัน เวียดนามจึงไม่เพียงแต่เป็นผู้เล่าเรื่องราวของตนเองเท่านั้น หากยังเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมวัฒนธรรมโลก พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ร่วมมืออนุรักษ์มรดก ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย แนวทางที่เป็นฝ่ายรุก มีความกระตือรือร้นและมั่นใจนี้ได้รับการรับทราบและชื่นชมเป็นอย่างสูงจากทั่วโลก ในช่วงวันสุดท้ายของปีมะเส็ง 2025 เว็บไซต์ของยูเนสโกได้ลงข้อความแสดงความยินดีต่อมติที่ 80 ของกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมในศักราชใหม่ นาย โจนาธาน วอลเลซ เบเกอร์ หัวหน้าสำนักงานตัวแทนยูเนสโกในเวียดนามกล่าวว่า
“ยูเนสโกชื่นชมวิสัยทัศน์ที่ถูกระบุในมติที่ 80 โดยการกำหนดว่า วัฒนธรรมเป็นแหล่งพลังหลักและเสาหลักของการพัฒนาได้แสดงให้เห็นว่า เวียดนามถือประชาชน คุณค่าและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นศูนย์กลางของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว จากมุมมองของยูเนสโก มติที่ 80 ได้กำหนดแนวทางให้แก่กระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่เชิงโครงสร้างในด้านวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมแหล่งพลังทางสังคม ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และปกป้องความหลากหลายทางวัฒนธรรม นี่เป็นการสานต่อประเพณีอันยาวนานของเวียดนามในการให้ความสำคัญต่อคุณค่าของวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นการสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประเทศสามารถรับมือความท้าทายของยุคดิจิทัลและในสภาวการณ์ที่โลกมีความผันผวนที่ซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ”
รายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเวียดนาม-ญี่ปุ่น ในงานนิทรรศการ EXPO 2025 ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น (baovanhoa.vn) |
การผสมผสานทางวัฒนธรรมในศักราชใหม่คือกระบวนการเพื่อเพิ่มพูนเอกลักษณ์ของประชาชาติจากความดีเลิศของมนุษย์ และเพิ่มความหลากหลายให้แก่โลกด้วยคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเวียดนาม และในกระบวนการนี้ วัฒนธรรมยังคงเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เป็น Soft Power ที่ยั่งยืน ช่วยให้เวียดนามผสมผสานและยืนยันถึงเอกลักษณ์และสถานะของตนในกระแสวัฒนธรรมโลกได้อย่างมั่นคง
ในศักราชใหม่นี้ เรื่องราวการผสมผสานทางวัฒนธรรมของเวียดนามยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของประชาชาติท่ามกลางชีวิตทั่วโลก เพื่อให้เวียดนามไม่เพียงแต่ผสมผสานให้ประสบความสำเร็จเท่านั้น หากยังได้รับการระบุและชื่นชมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนอีกด้วย.