(VOVWORLD) - เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเข้าร่วมการประชุมเปิดสภาสันติภาพเกี่ยวกับฉนวนกาซา ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐในระหว่างวันที่ 18–20 กุมภาพันธ์ ตามคำเชิญของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะประธานสภาฯ
ภาพการประชุม (VNA) |
การเข้าร่วมในระดับสูงสุดครั้งนี้ของเวียดนามถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้งเกี่ยวกับบทบาทและสถานะที่นับวันเป็นฝ่ายรุกและการเข้าร่วมอย่างเข้มแข็งของเวียดนามในปัญหาระดับโลก พร้อมทั้งแปรความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนาม–สหรัฐให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญนี้เมื่อเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่ด้วยความคาดหวังที่จะสร้างก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว
การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมด้านการต่างประเทศระดับสูงในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิตชีวาเกี่ยวกับ “สถานะใหม่” และสร้าง “แรงกระตุ้นใหม่” ให้แก่เส้นทางการพัฒนาของเวียดนามในยุคแห่งการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก
มั่นใจและเป็นฝ่ายรุกในโลก
สภาสันติภาพเกี่ยวกับฉนวนกาซาคือกลไกความร่วมมือกับสหประชาชาติเพื่อประสานงานด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม การฟื้นฟูและความมีเสถียรภาพในภูมิภาค จากการเข้าร่วมสภาฯ บรรดาประเทศสมาชิกสามารถเสนอมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการปะทะ ฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง ดำเนินการฟื้นฟู ค้ำประกันชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในฉนวนกาซาและปฏิบัติกระบวนการทางการเมืองอย่างรอบด้านที่สอดคล้องกับกฎหมายสากลและกฎบัตรสหประชาชาติ
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เข้าร่วมการประชุม (VNA) |
เวียดนามได้เข้าร่วมการประชุมนี้ด้วยความมั่นใจและเป็นฝ่ายรุก ซึ่งจิตใจแห่ง “ความมั่นใจ ความเป็นฝ่ายรุกและการพึ่งตนเอง” ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านวิธีที่เวียดนามเข้าร่วมการอภิปรายในประเด็นที่ซับซ้อนอย่างฉนวนกาซา แต่ยังคงยึดมั่นในหลักการและวิธีการเข้าถึงที่คล่องตัว เวียดนามไม่ได้เลือกยืนข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการแข่งขันเชิงอำนาจ หากแต่ยืนอยู่ข้างสันติภาพ เสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ
ความสมดุลในนโยบายการต่างประเทศและจุดยืนที่เสมอต้นเสมอปลายของเวียดนามในการมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นรูปธรรมต่อความพยายามร่วมของประชาคมระหว่างประเทศเพื่อสันติภาพได้รับความเคารพและชื่นชมจากประชาคมระหว่างประเทศ ในการกล่าวปราศรัยต่อผู้นำจากกว่า 50 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมฯ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า
“การประชุมครั้งนี้มีเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ของเวียดนามเข้าร่วม เวียดนามเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยมและเป็นพลังสำคัญบนเวทีระหว่างประเทศ พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับท่านเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม และขอแสดงความเคารพและความนับถืออย่างลึกซึ้งต่อประเทศเวียดนาม”
การที่เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เข้าร่วมและแสดงความคิดเห็นบนเวทีที่หารือเกี่ยวกับปัญหาที่ซับซ้อนและร้อนแรงอย่างกาซานั้นยังถือเป็นโอกาสให้เวียดนามกระชับและขยายความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนต่าง ๆ เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในสภาวการณ์ที่โลกมีความผันผวนอย่างซับซ้อนมาก นาย เลหว่ายจุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามกล่าวว่า
“ผ่านกิจกรรมการต่างประเทศพหุภาคีที่สำคัญครั้งนี้ เราได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีและความพยายามในการมีส่วนร่วมผลักดันสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง การเดินทางปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ยังมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับประเทศเจ้าภาพและหุ้นส่วนระหว่างประเทศรวมทั้งประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย”
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม และประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ (VNA) |
แรงกระตุ้นใหม่ช่วยให้เวียดนามก้าวรุดหน้าต่อไป
ณ กรุงวอชิงตัน เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้มีการพบปะกับผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะกับประธานาธิบดีประเทศเจ้าภาพสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูต Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐและหารือทางโทรศัพท์กับสส.สหรัฐบางนาย
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจ 4.0 ของโลกมีบทบาทสำคัญ โดยสัญญาและข้อตกลงความร่วมมือในสาขาหลักต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การบินและการแพทย์ เป็นต้น รวมมูลค่า 37.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นได้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นฝ่ายรุกของเวียดนามในการสร้างความสมดุลทางการค้ากับสหรัฐและลดแรงกดดันจากปัญหาภาษีที่มาจากนโยบาย “America First” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมทั้งเป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้สหรัฐรับรองเวียดนามเป็น “หุ้นส่วนที่น่าไว้วางใจ” และ “ลูกค้าเชิงยุทธศาสตร์”
ผลจากการเยือนสหรัฐครั้งนี้ของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เป็นการแปรนโยบายที่สำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามให้เป็นรูปธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลายและเด็ดขาด พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์เกี่ยวกับประเทศเวียดนามที่กำลังก้าวเข้าสู่เวทีโลกด้วยความเชื่อมั่น ความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์และความคาดหวังแห่งการก้าวรุดหน้าต่อไป โดยเวียดนามไม่เพียงแต่ผสมผสานเข้ากับกระแสโลกเพื่อพัฒนาเท่านั้น หากมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาอีกด้วย
นอกจากนี้ ภารกิจครั้งนี้ของเลขาธิการหใหญ่พรรค โตเลิม ยังเปิดโอกาสแห่งความร่วมมือใหม่ในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการปรับเปลี่ยนแห่งสีเขียว ซึ่ง “การเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์” เหล่านี้อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นที่เป็นรูปธรรมให้แก่ระยะการพัฒนาใหม่ของเวียดนาม./.