รัสเซีย - ยูเครน เส้นทางสู่สันติภาพที่ยากลำบากหลังการปะทะในตลอด 4 ปี

(VOVWORLD) - วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ครบรอบ 4 ปีการปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นการปะทะทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งในปัจจุบัน ความคาดหวังเกี่ยวกับการแสวงหาทางออกอย่างสันติในระยะยาวยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย
รัสเซีย - ยูเครน เส้นทางสู่สันติภาพที่ยากลำบากหลังการปะทะในตลอด 4 ปี - ảnh 1ทหารยูเครนในการสู้รบในภูมิภาคซาโปริชเชีย (REUTERS)

การปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปี 2022 เมื่อรัสเซียเปิดยุทธนาการทางทหารพิเศษต่อยูเครน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงมาเป็นเวลานานในประเด็นด้านความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์

ความเสียหายเพิ่มขึ้น

การปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครนในตลอด 4ปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างหนัก ทำให้เศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก

ความเสียหายหนักที่สุดสำหรับทั้งรัสเซียและยูเครนคือความสูญเสียด้านชีวิต ถึงแม้รัสเซียและยูเครนไม่ได้เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนทหารที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่ผลการวิเคราะห์อิสระของสถาบันวิจัยหลายแห่งทั่วโลกระบุว่า ทหารรัสเซียและยูเครนหลายล้านนายได้เสียชีวิตและบาดเจ็บ  จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในการปะทะก็อยู่ที่หลายหมื่นคน สำหรับยูเครน ผู้เสียชีวิตจากการปะทะและผู้ที่ต้องพลัดถิ่นไปอยู่ต่างประเทศมีมากถึงหลายล้านคน  บางฝ่ายได้ประเมินว่า ประชากรของยูเครนอาจลดลงต่ำกว่า 30 ล้านคนภายในปี 2050 ซึ่งก่อนการปะทะยูเครนมีประชากรประมาณ 40 ล้านคนนอกจากนี้ ยังมีผลกระทบทางสังคมอื่น ๆ อีกมากมาย นาย คริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO กล่าวว่า

“นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 ในเวลาเพียง 4 ปี จำนวนคนพิการเนื่องจากการปะทะในยูเครนเพิ่มขึ้นเกือบ 400,000 คน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการขาดการช่วยเหลือ การขาดแคลนแหล่งพลังที่จำเป็นในการช่วยเหลือคนพิการ ดังนั้น เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นมาก”

การปะทะที่ยืดเยื้อได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ที่ยูเครน โครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการคมนาคมได้รับความเสียหายอย่างหนัก รายงานล่าสุดที่ธนาคารโลกหรือ WB เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ปรากฎว่า ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูยูเครนจะสูงถึง 5 แสน 8 หมื่น 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับการประมาณการของ WB เมื่อปีก่อน สำหรับรัสเซีย การปะทะกับยูเครนนำไปสู่การคว่ำบาตรอย่างหนักจากประเทศตะวันตก และถึงแม้ว่า เศรษฐกิจรัสเซียจะยังคงมีเสถียรภาพในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่แรงกดดันจากการคว่ำบาตรเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการส่งออกน้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของรัสเซียที่บรรลุเพียง 2 แสน 2 หมื่น 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ลดลงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันก่อนเกิดการปะทะ ในระยะยาว การคว่ำบาตรเหล่านี้จะสร้างอุปสรรคเป็นอย่างมากต่อการเติบโตอย่างมั่นคงของรัสเซีย และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ

รัสเซีย - ยูเครน เส้นทางสู่สันติภาพที่ยากลำบากหลังการปะทะในตลอด 4 ปี - ảnh 2การเจรจาไตรภาคีระหว่างสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 (REUTERS)

คำถามเกี่ยวกับกรอบเวลา

ในขณะที่การปะทะที่ร้ายแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ครบรอบ 4 ปี คำถามที่ทุกคนหวังจะได้คำตอบคือ การปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครนจะยุติลงเมื่อไหร่ นาย ซามีร์ ปูรี นักวิเคราะห์การเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามจากคิงส์คอลเลจในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษกล่าวว่า ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ เพราะประวัติศาสตร์โลกแสดงให้เห็นว่า การเจรจาในช่วงเวลาที่เกิดการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่องมักจะยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ส่วนการเจรจาไตรภาคีล่าสุดระหว่างสหรัฐ รัสเซียและยูเครนที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้นำความหวังมาสู่ในบางประเด็น เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการกลไกการเจรจาไตรภาคีและทวิภาคีพร้อมกัน ประกอบด้วย รัสเซีย-สหรัฐ และ รัสเซีย-ยูเครน โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งทีมเจรจาเฉพาะด้านการเมือง ความมั่นคงและการทหาร แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ว่า ทุกฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าใดๆ ภายหลังการเจรจา 3 รอบได้แสดงให้เห็นว่า เส้นทางสู่การยุติการปะทะและการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนยังคงยากลำบากมาก

เช่นเดียวกับความเห็นของนาย ซามีร์ ปูรี นาย รูสลัน บอร์ทนิค ผู้อำนวยการสถาบันการเมืองยูเครนกล่าวว่า การเจรจาในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนของการทาบทามเท่านั้น และยังคงเป็นคำถามใหญ่ว่า รัสเซียและยูเครนจะสามารถบรรลุข้อตกลงโดยตรงได้หรือไม่

“น่าเสียดายที่ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมในประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ใดๆ ประเด็นทางการเมืองยังไม่ได้รับการพิจารณา ประเด็นเรื่องการควบคุมดินแดน การค้ำประกันด้านการทหาร การเมือง และความมั่นคง ยังคงเป็นเรื่องที่เป็นความลับระหว่างผู้นำประเทศ นอกจากนี้ ยูเครนยังได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าประเด็นเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข ก็จะต้องดำเนินการภายในกรอบและรูปแบบเดียวกับข้อตกลงการส่งออกธัญพืชฉบับก่อนหน้านั้น นั่นคือ ในรูปแบบของข้อตกลงระหว่างยูเครนและสหรัฐ และข้อตกลงระหว่างสหรัฐและรัสเซีย”

ในสภาวการณ์ที่การเจรจาไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าใดๆ บรรดาผู้สังเกตการณ์แสดงความเห็นว่า กุญแจสำคัญในการแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจอยู่ที่ว่า ประเทศมหาอำนาจของโลก โดยเฉพาะสหรัฐ รัสเซียและจีน จะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายต่างๆอย่างไรในอนาคต นาย โอเลห์ ซาเคียน นักวิเคราะห์การเมืองในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน กล่าวว่า การเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดไว้ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึงวันที่ 2 เมษายน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครน เนื่องจากจีนถือเป็นพันธมิตรที่มีอิทธิพลมากที่สุดของรัสเซีย นักวิเคราะห์บางคนยังชี้ชัดว่า ทางการสหรัฐตั้งเป้าที่จะยุติการปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครนก่อนเดือนมิถุนายนปีนี้ ดังนั้น กิจกรรมทางการทูตระดับสูงในระดับโลกในเวลาที่จะถึงจะมีความหมายชี้ขาดว่า ฝ่ายต่างๆจะสามารถสร้างก้าวกระโดดได้หรือไม่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด