การเยือนอังกฤษของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยกำหนดความสัมพันธ์ให้แก่อนาคต

(VOVWORLD) -เมื่อค่ำวันที่ 16 กันยายน นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน เริ่มการเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 17 -18 กันยายน ซึ่งการเยือนนี้ได้รับการตั้งความหวังว่า จะเปิดหน้าใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์พันธมิตรพิเศษสหรัฐ-อังกฤษ ผลักดันวิธีการเข้าถึงร่วมระหว่างสหรัฐกับประเทศพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับปัญหาระดับโลก

การเยือนอังกฤษของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยกำหนดความสัมพันธ์ให้แก่อนาคต - ảnh 1นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ (Photo: THX/TTXVN)

การเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ มีขึ้นเป็นเวลา 2 วันตามคำเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งนาย โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ได้รับคำเชิญเดินทางไปเยือนอังกฤษถึงสองครั้ง

พิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ

พิธีต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์พร้อมภริยา  ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในวันที่ 17 กันยายนที่ปราสาทวินด์เซอร์ เขตชานกรุงลอนดอน โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลที่ 3 เป็นประธานในพิธีต้อนรับ ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปวางพวงมาลาที่สุสานของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดโดยราชวงศ์อังกฤษที่พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวปราศรัยยกย่องการเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์พันธมิตรพิเศษระหว่างสหรัฐกับอังกฤษ

ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ จะเจรจาทวิภาคีเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญระหว่างสหรัฐกับอังกฤษ และระหว่างสหรัฐกับประเทศพันธมิตรยุโรปในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมาช้านานข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนประเด็นที่ได้รับความสนใจเชิงยุทธศาสตร์ของทางการสหรัฐและวิธีการเข้าถึงปัญหาระหว่างประเทศที่สำคัญๆ บรรดาผู้สังเกตการณ์เห็นว่า การเยือนอังกฤษของประธานาธิบดีสหรัฐมีขึ้นในช่วงเวลาสำคัญพิเศษ สร้างจุดเปลี่ยนให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอังกฤษและความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรยุโรป ดังนั้น อังกฤษจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อบรรลุข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์กับทางการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะคำนึงถึงการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงเจตนารมณ์ที่ดีต่อราชวงศ์อังกฤษ นาย Robert Lacey นักประวัติศาสตร์ที่วิจัยเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษได้ให้ข้อสังเกตว่า

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้นำประเทศได้รับคำเชิญจากกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายทางการเมืองในการเยือนนี้”

ส่วนนาง Olivia O’Sullivan ผู้อำนวยการโครงการ “อังกฤษในโลก” ของสถาบันวิจัย Chatham House ของอังกฤษเห็นว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่จากนโยบายที่ยากจะคาดเดาได้ของทางการสหรัฐ ดังนั้น การเยือนครั้งนี้ของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นโอกาสเพื่อให้นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ เข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงของสหรัฐในปัญหาด้านการค้า ความมั่นคงและพลังงาน

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและพลังงาน

ในประเด็นที่รัฐบาลอังกฤษอยากผลักดันในการเยือนครั้งนี้ของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็คือเรื่องการลงทุน ก่อนการเยือนนี้ อังกฤษและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในด้านนิวเคลียร์พลเรือน โดยทั้งสองฝ่ายจะรับรองผลการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างกันต่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศการลงนามสัญญา มูลค่า 400 ล้านปอนด์อังกฤษหรือคิดเป็น 543 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Google Cloud เพื่อผลักดันการแลกเปลี่ยนข้อมูลลับกับสหรัฐ ผลักดันช่องทางการติดต่อที่ปลอดภัยระหว่างอังกฤษกับสหรัฐ ควบคู่กับความสัมพันธ์หุ้นส่วนด้านข่าวกรองและความมั่นคงที่กว้างลึกระหว่างสองประเทศ กระทรวงกลาโหมอังกฤษย้ำว่า ข้อตกลงนี้จะดึงดูดเงินลงทุนนับล้านปอนด์จาก Google Cloud โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐจะรับสมัครผู้เชี่ยวชาญของอังกฤษเพื่อบริหารโครงการ หลังข้อตกลงนี้ ทางอังกฤษจะผลักดันการลงทุนด้านการเงิน เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์ควอนตัมกับสหรัฐ

ส่วนปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก อาทิ การปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครน การปะทะในฉนวนกาซา และการที่อังกฤษและบางประเทศตะวันตกมีแผนการรับรองรัฐปาเลสไตน์ จะได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือในกรอบการเยือนครั้งนี้ โดยในเวลาที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอังกฤษและผู้นำยุโรปได้พยายามส่งเสริมกิจกรรมทางการทูตเพื่อโน้มน้าวให้นาย โดนัลด์ ทรัมป์ มีวิธีการเข้าถึงที่แข็งกร้าวกว่ากับรัสเซียเพื่อจัดการเจรจายุติการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนโดยเร็ว  แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียแต่จุดยืนของทางการสหรัฐยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนที่ฝ่ายยุโรปปรารถนา  นาง Olivia O’Sullivan  ผู้อำนวยการโครงการ “อังกฤษในโลก” ของสถาบันวิจัย  Chatham House ของอังกฤษเผยว่า ปัจจุบัน สหรัฐและประเทศพันธมิตรยุโรป รวมทั้งอังกฤษกำลังมีความคิดเห็นที่แตกต่างในปัญหาดังกล่าว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีอังกฤษต้องใช้ไหวพริบในการพูดคุยปัญหานี้กับนาย โดนัลด์ ทรัมป์

นี่เป็นความท้าทายสำหรับนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ และรัฐบาลอังกฤษเพราะอังกฤษต้องการให้สหรัฐลงทุนในด้านเทคโนโลยี รวมทั้ง เทคโนโลยีขั้นสูง ในขณะที่สหรัฐอาจต้องการความร่วมมือในบางเรื่องจากอังกฤษ”

ปัญหาด้านการค้าและภาษีก็เป็นประเด็นที่อ่อนไหว โดยทางการสหรัฐยืนหยัดธำรงอัตราภาษีกับหุ้นส่วนเศรษฐกิจต่างๆ รวมทั้ง อังกฤษและเมื่อเร็วๆนี้ ได้เรียกร้องให้บรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้เพิ่มภาษีในระดับสูงต่อจีนและอินเดียเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย บรรดาผู้สังเกตการณ์เห็นว่า ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไข ข้อถกเถียงนี้อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายใหญ่ที่ทั้งสองประเทศอยากบรรลุในกรอบการเยือนของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด