ความท้าทายต่อองค์กรพหุภาคีระดับโลก

(VOVWORLD) -ลัทธิพหุภาคียังคงเป็นพื้นฐานเพื่อค้ำประกันสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนาของประเทศส่วนใหญ่ในโลก แต่อย่างไรก็ดี สหประชาชาติเตือนว่า ลัทธิพหุภาคีกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ความท้าทายต่อองค์กรพหุภาคีระดับโลก - ảnh 1นาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ (Photo: REUTERS/Brendan McDermid)

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศนำสหรัฐถอนตัวออกจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ลัทธิพหุภาคีโดยสหประชาชาติเป็นแกนหลักกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่

ความท้าทายในทุกด้าน

ก่อนถอนตัวออกจากยูเนสโก  ในวันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ นาย โดนัลด์ ทรัมป์  ได้ประกาศถอนตัวจากจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหรือ UNHRC และความตกลงปารีสปี 2015 ด้วยเหตุผลว่า กลไกต่างๆดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแผนการใหม่ของสหรัฐ การที่เศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นประเทศที่ได้สมทบงบประมาณมากที่สุดให้แก่สหประชาชาติและองค์การสังกัดสหประชาชาติอีกหลายองค์กรลดคำมั่นต่อกิจกรรมร่วมของประชาคมโลกได้สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคที่ลัทธิพหุภาคีกำลังต้องเผชิญ โดยในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติภายใต้หัวข้อ “ สันติภาพ ความมั่นคงและองค์กรพหุภาคี” เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม  นาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติได้ยอมรับว่า ลัทธิพหุภาคี ซึ่งเคยเป็นพลังขับเคลื่อนที่ส่งเสริม การค้ำประกันสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เคยประสบอุปสรรคเหมือนในปัจจุบัน

“เราสามารถเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ ในทั่วโลกกำลังมีการเพิกเฉย บางที่ก็ละเมิดกฎหมายสากล รวมทั้งกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กฎหมายการลี้ภัยระหว่างประเทศ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติแต่ไม่มีฝ่ายใดรับผิดชอบ”

ไม่เพียงแต่พันธกิจขององค์กรพหุภาคีหลายแห่งได้ถูกมองข้ามแต่เงื่อนไขขั้นพื้นฐานในการดำเนินงานก็ประสบอุปสรรคในหลายปีที่ผ่านมา ในรายงานเมื่อเดือนมีนาคม สหประชาชาติเผยว่า กำลังต้องเผชิญกับวิกฤตด้านงบประมาณที่หนักหน่วงเนื่องจากประเทศสมาชิกจ่ายเงินสนับสนุนล่าช้าหรือไม่ครบ จนถึงเดือนมีนาคม มี 75 ประเทศในจำนวน 193 ประเทศสมาชิกที่จ่ายเงินสนับสนุนในปี 2025 เท่านั้น จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม  ประเทศต่างๆสมทบเงินจำนวน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในจำนวน 3.7  พันล้านดอลลาร์สหรัฐของงบประมาณสหประชาชาติในปีนี้ ส่วนจำนวนหนี้คงค้างรวมจากปีก่อนๆได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการค้างจ่ายของสหรัฐ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและจีนเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินจำนวน 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐยังไม่ได้สมทบเข้างบของสำนักงานรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ซึ่งสิ่งนี้บังคับให้สหประชาชาติต้องปรับลดงบประมาณและตำแหน่งงานต่างๆ  นาย Guy Ryder รองเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติที่ดูแลนโยบาย ผู้บริหารของกลุ่มเตรียมปฏิรูปสหประชาชาติในโอกาสรำลึก 80 ปีการก่อตั้งหรือ UN80 ได้เผยว่า 

“พวกเราต้องพิจารณางบประมาณปี 2026 อีกครั้ง รวมไปถึงการปรับลดงบประมาณและตำแหน่งงานต่างๆ  พวกเราต้องเน้นปฏิบัติ 2 หน้าที่คือค้ำประกันความยั่งยืนด้านการเงินในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากนี้และให้ความสนใจต่อผลกระทบในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรสหประชาชาติ”

ยกระดับบทบาทผ่านผลงานต่างๆ

จากการตระหนักได้ว่า ภัยคุกคามต่างๆทำให้บทบาทและคุณค่าของลัทธิพหุภาคีลดลง ประเทศและองค์การต่างๆได้ออกคำเรียกร้องเพื่อทำการปกป้อง โดยให้ความสนใจอย่างเร่งด่วนต่อการผลักดันการปฏิรูปในทุกด้านเพื่อฟื้นฟูทักษะความสามารถในการปฏิบัติงาน บทบาทการเป็นศูนย์กลางของสหประชาชาติและองค์กรในสังกัด ซึ่งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สเปนและบางประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งประกอบด้วยบราซิล ชิลี อุรุกวัยและโคลอมเบีย ได้จัดการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ณ กรุงซานติอาโก ประเทศชิลี โดยเรียกร้องให้ปกป้องความร่วมมือพหุภาคีเพื่อร่วมกันรับมือความท้ายระดับโลก เช่น ความไม่เสมอภาคที่นับวันเพิ่มมากขึ้น ข่าวปลอม ผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์

นาย Bob Rae ประธานคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติหรือ ECOSOC เผยว่า ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังมีสัญญาณที่อันตรายเหมือนช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนที่สหประชาชาติได้รับการก่อตั้ง เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของลัทธิชาตินิยมแบบสุดโต่ง ความแตกแยกด้านการค้าได้ทำให้เกิดความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น ประเทศสมาชิกและสหประชาชาติต้องเรียนรู้จากอดีตเพื่อเปลี่ยนแปลงใหม่ ปกป้องและสร้างสรรค์ความร่วมมือพหุภาคีใหม่เพื่อรับมือความท้าทายในปัจจุบัน

“ พวกเราต้องยืนยันอีกครั้งถึงความสำคัญของสหประชาชาติผ่านผลงานต่างๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ลัทธิพหุภาคีนำผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมาให้แก่ประชาชนทุกชั้นชน ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสังคม ภาคเอกชน เยาวชนและชาวท้องถิ่น โดยเฉพาะทางการท้องถิ่นเพราะเป็นผู้ที่จะปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของสหประชาชาติ”

บรรดาผู้สังเกตการณ์เห็นว่า แม้จะมีข้อผูกมัดหรือข้อจำกัดในบางปัญหาเกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศเนื่องจากกลไกการกระจายอำนาจขององค์การนี้ แต่สหประชาชาติยังคงมีบทบาทที่สำคัญในธรรมาภิบาลโลกต่อเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศสมาชิก กิจกรรมการประสานงานในระดับเขตและภูมิภาค ซึ่งในนั้น บทบาทของสหประชาชาติในการปฏิบัติ 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศยังไม่สามารถทดแทนได้ ดังนั้น การปกป้องและส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลางยังคงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของหลายประเทศในโลก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด