(VOVWORLD) -ประชาชาติเวียดนามกำลังฉลองครบรอบ 80 ปีการปฏิวัติเดือนสิงหาคมและวันชาติ 2 กันยายน ซึ่งเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญ เป็นนิมิตหมายแห่งประวัติศาสตร์ในกระบวนการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ ในโอกาสนี้ ประชาชนเวียดนามทุกคนต่างสำนึกในบุญคุณของประธานโฮจิมินห์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ในภารกิจการปลดปล่อยประชาชาติ ซึ่งชีวิตของท่านสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจแห่งความรักชาติอันเปี่ยมล้น จริยธรรมการปฏิวัติและการทุ่มเทตลอดชีวิตเพื่อรับใช้ประเทศและประชาชน
ในช่วงแรกๆ หลังจากที่การปฏิวัติเดือนสิงหาคมประสบความสำเร็จ ประธาน โฮจิมินห์ ได้กำชับให้รัฐบาลปฏิบัติ 4 เรื่องทันที คือทำให้ประชาชนมีข้าวกิน มีเสื้อใส่ มีที่อยู่อาศัย และได้เรียนหนังสือ
ความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายที่สำคัญในภารกิจการปฏิวัติ
โอวาทที่ประธานโฮจิมินห์เคยกล่าวเมื่อยังมีชีวิตอยู่คือ “ข้าพเจ้าทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อประชาชาติ” ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวคิดแห่งความรักชาติ ความรักประชาชนในตลอดชีวิตการเคลื่อนไหวปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่แต่เรียบง่ายและมีความใกล้ชิดกับประชาชนของประธานโฮจิมินห์ สำหรับประธานโฮจิมินห์ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายที่สำคัญของภารกิจการปฏิวัติ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ บุ่ยดิ่งฟอง จากสถาบันการเมืองรัฐศาสตร์แห่งชาติโฮจิมินห์ได้เผยว่า
“หลังจากที่พวกเราจัดตั้งทางการปฏิวัติ ประธานโฮจิมินห์ได้ชี้นำให้แก้ปัญหาความอดอยากหิวโหย การไม่รู้หนังสือและต่อต้านศัตรูผู้รุกราน ถ้าหากเราไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็ไม่สามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้”
สิ่งที่ประธานโฮจิมินห์ให้ความสนใจที่สุดในตลอดชีวิตของท่านคือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน นาย เจิ่นเวียดหว่าน เจ้าหน้าที่อารักขาประธานโฮจิมินห์ได้เผยว่า
“สำหรับประธานโฮจิมินห์ คำว่าประชาชนได้อยู่ในหัวใจในความรู้สึกนึกคิดของท่านอยู่เสมอ เวลาทานข้าว ท่านก็คิดถึงประชาชน เวลานอน ท่านก็คิดถึงประชาชน เมื่อปี 1954 หลังจากที่ประสบชัยชนะในการต่อสู้ ประธาน โฮจิมินห์ ได้กลับมาที่กรุงฮานอย พรรคและรัฐก็เชิญท่านมาอยู่อาศัยและทำงานที่ทำเนียบประธานประเทศแต่ท่านบอกว่า นี่เป็นดอกผลของประชาชน เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของข้าพเจ้า”
จากการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อชีวิตของประชาชน ประธาน โฮจิมินห์ ได้กำชับให้พรรคและรัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน นอกจากการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว พรรคต้องให้ความสนใจต่อการรณรงค์การให้การศึกษาประชาชนทุกชั้นชนและพึ่งพาประชาชนเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เหงวียนหงอกจุง อดีตหัวหน้าภาควิชาวัฒนธรรม สังกัดสถาบันการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ได้เผยว่า
“ประธานโฮจิมินห์ยืนหยัดแนวคิดสร้างความใกล้ชิดกับประชาชนในตลอดชีวิต โดยท่านคิดอยู่เสมอว่า ประชาชนเป็นกองกำลังหลักในสังคม โดยเปรียบเหมือนน้ำที่สามารถ ทำให้เรือลอยได้ แต่ก็สามารถทำให้เรือจมได้ ดังนั้นท่านได้พูดย้ำเสมอว่า แม้เรื่องจะง่าย แต่ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนก็ไม่อาจทำได้ แต่ถ้าได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเรื่องยากแค่ไหนก็สามารถทำให้สำเร็จ จากการตระหนักดังกล่าว ประธานโฮจิมินห์จึงได้เชิดชูแนวคิดมีความใกล้ชิดกับประชาชน รักประชาชนและรับใช้ประชาชาชนอย่างเต็มที่ในตลอดชีวิต”
ประธานโฮจิมินห์สถิตอยู่ในใจชาวเวียดนามชั่วนิรันดร์
ประธานโฮจิมินห์มักจะปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความจริงใจและเรียบง่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ประชาชนทุกชั้นชนต่างเคารพรักท่านเป็นอย่างมาก นาง เจืองถิเยียน จากจังหวัดกว๋างจิในปัจจุบันที่มีโอกาสพบปะกับประธานโฮจิมินห์ในการประชุมใหญ่สดุดีวีรชนนักรบดีเด่นเมื่อ ปี 1966 ได้เผยว่า
“เมื่อพบปะกับท่าน ดิฉันซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากจนพูดไม่ออก ท่านมีความใกล้ชิด เรียบง่ายและให้ความสนใจพวกเรา ท่านบอกว่า “ประชาชาติเรากล้าหาญเนื่องจากมีประชาชนที่กล้าหาญ การได้รับรองเป็นวีรชนยากมาก ดังนั้น ต้องพยายามศึกษาและยกระดับจริยธรรมของตนต่อไป” ซึ่งคำสั่งสอนของท่านอยู่ในใจของดิฉันตลอดชีวิต”
ในพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีการปฏิวัติเดือนสิงหาคม 19 สิงหาคมและวันชาติ 2 กันยายน เมื่อวันที่ 2 กันยายน เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ย้ำถึงแนวคิดเพื่อประชาชนของประธานโฮจิมินห์ว่า
“ประเทศเวียดนามคงอยู่ตลอดไป ปิตุภูมิเวียดนามที่สันติภาพ ประชาชาติเวียดนามที่เจริญรุ่งเรืองและพัฒนา ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอันรุ่งโรจน์จงเจริญตลอดไป พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามอันรุ่งโรจน์จงเจริญตลอดไป ประธาน โฮจิมินห์ ที่ยิ่งใหญ่สถิตอยู่ในใจของพวกเราตลอดกาล ความรุ่งโรจน์เป็นของประชาชนตลอดกาล”
ภายหลัง 80 ปีแห่งการสถาปนาประเทศ แม้ประธานโฮจิมินห์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่ท่านยังอยู่ในใจของประชาชนเวียดนามทุกคนและคุณค่าแห่งความคงอยู่ตลอดกาลคือ เอกราช เสรีภาพและความผาสุก ท่านยังคงอยู่ในจิตใจแห่งความรักของประชาชนอยู่เสมอและอยู่ในความมุ่งมั่นยืนหยัดปกป้องแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ของมาตุภูมิและความปรารถนาก้าวรุดหน้าไปของประชาชาติเวียดนามตลอดไป.