ยุโรปเร่งรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง

(VOVWORLD) -เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม บรรดาผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูได้จัดการประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาด้านความมั่นคง กลาโหม ทักษะความสามารถในการแข่งขันในสภาวการณ์ที่ความท้าทายด้านความมั่นคงนับวันกลายเป็นประเด็นที่อียูกังวลมากที่สุด

ยุโรปเร่งรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง - ảnh 1บรรดาผู้นำยุโรปที่เข้าร่วมการประชุม (Photo: REUTERS)

หลังการประชุมสุดยอดอียูอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ได้มีการจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 7 ของประชาคมการเมืองยุโรปหรือ EPC ในวันที่ 2 ตุลาคม โดยมีการเข้าร่วมของผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกอียูและผู้นำ 17 ประเทศสมาชิกอื่นของ EPC

ความท้าทายด้านความมั่นคงที่ไม่เคยมีมาก่อน

การประชุมครั้งนี้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่การปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนมีความผันผวนที่ซับซ้อนและเกิดเหตุโดรนรุกล้ำเขตน่านฟ้าและการโจมตีทางไซเบอร์ต่างๆในประเทศโปแลนด์ เอสโตเนีย เดนมาร์กและฮังการี  ดังนั้น การประชุมสุดยอดอียูอย่างไม่เป็นทางการสงวนเวลาส่วนใหญ่เพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงต่อยุโรป ความต้องการที่เร่งด่วนเกี่ยวกับการยกระดับทักษะความสามารถด้านกลาโหมของกลุ่ม ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม นาง  เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนของสภายุโรปได้ประเมินว่า ยุโรปกำลังอยู่ในภาวะอันตรายที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งด้านความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ    พร้อมทั้งเตือนว่า เกิดการปะทะหลายครั้งในยุโรปและมีภัยคุกคามด้านความมั่นคงใหม่ 

ปัจจุบัน ไม่เพียงแต่เกิด Hybrid Attack ต่างๆเท่านั้น หากยังเกิดสงครามผสมผสาน (hybrid warfare) ในยุโรปอีกด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พวกเราต้องเพิ่มทักษะความสามารถด้านกลาโหม สร้างสรรค์สังคมยุโรปที่เข้มแข็งมากขึ้น เน้นรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์และเพิ่มทักษะความสามารถในการรับมือเครื่องบินไร้คนขับ ดังนั้น พวกเราได้หารือเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ “กำแพงป้องกันโดรน” ซึ่งจะมีประโยชน์เมื่อเกิดสงครามผสมผสาน

ซึ่งจุดยืนดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้นำอียู โดยนาย ฟรีดริช แมทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเห็นว่า ปัจจุบัน ยุโรปไม่ได้อยู่ในบรรยากาศที่สันติ   ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ยอมรับว่า  การปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานและผลที่ตามมาต่างๆ ทำให้ยุโรปและรัสเซียตกเข้าสู่ภาวะเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี แม้มีการตระหนักเกี่ยวกับภัยคุกคามต่างๆ แต่บรรดาประเทศอียูยังไม่ได้บรรลุก้าวเดินใหญ่ใน 4 โครงการที่สำคัญที่สุดด้านกลาโหม ซึ่งประกอบด้วย “กำแพงป้องกันโดรน”  การตรวจตราฝั่งตะวันออกของอียู ระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันทางอวกาศ โดยเฉพาะสำหรับ“กำแพงป้องกันโดรน”  ซึ่งเป็นปัญหาที่ร้อนระอุในเวลาที่ผ่านมา การหารือต่างๆยังไม่ได้ตกลงเกี่ยวกับปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมใดๆเนื่องจากความขัดแย้งด้านงบประมาณ กลไกการประสานงานระหว่างคณะกรรมาธิการยุโรปกับประเทศมหาอำนาจด้านกลาโหมหลักของอียู เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนีและอิตาลี

ส่วนนาย บอริส พิสทอริอุส  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนีเห็นว่า ความคิดริเริ่มเกี่ยวกับการสร้าง“กำแพงป้องกันโดรน”  ไม่ใช่ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆและยากที่จะปฏิบัติในเร็ววัน พร้อมทั้งย้ำว่า ยุโรปต้องเน้นพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีกลาโหมเพื่อให้ทันกับความก้าวหน้าของโลกแทนการตั้งความหวังต่อโครงการในระยะยาว

ยุโรปเร่งรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง - ảnh 2นาง  เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก (Photo:REUTERS)

ความกังวงต่อทักษะความสามารถในการแข่งขัน

แม้การประชุมสงวนเวลาส่วนใหญ่เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นด้านความมั่นคง-กลาโหม ความพยายามสนับสนุนยูเรนต่อไปแต่ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่นับวันดุเดือด ซึ่งบังคับให้บรรดาประเทศอียูต้องผลักดันการแผนการเพิ่มทักษะความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม โดยที่กรุงโคเปนเฮเกน บรรดาประเทศอียูได้จัดการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับทักษะความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการเข้าร่วมของตัวแทนของเครือบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำของกลุ่ม

 ในการนี้ นาย โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เผยว่า ยุโรปต้องเผชิญกับความเป็นจริงคือ บริษัทต่างๆต้องย้ายออกจากยุโรปเนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงที่สุดในโลก ดังนั้น อียูต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องบริษัทยุโรปผ่านการช่วยเหลือทางการเงิน ออกนโยบายหรือยกเลิกการกีดกันและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถในการแข่งขันของบริษัทต่างๆ ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศสย้ำถึง 6 ด้านหลักที่ยุโรปต้องเน้นลงทุนเพื่อธำรงสถานะการแข่งขันในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย นวัตกรรม เทคโนโลยีควอนตัม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สาธารณสุข การป้องกันประเทศและเทคโนโลยีสีเขียว  พร้อมทั้งตำหนิการที่ยุโรปไม่มีข้อกำหนดที่

เข้มงวดเพื่อปกป้องบริษัทยุโรปในตลาดของกลุ่ม ตามข้อเสนอของประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ได้กล่าวถึงหลายครั้งและได้รับการสนับสนุนจากบรรดาประเทศอียู ในอนาคต อียูต้องจัดทำยุทธศาสตร์การผลิตและการบริโภคยุโรป  ให้ความสนใจต่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ยุโรปในการแลกเปลี่ยนทางการค้าที่มีการแข่งขันกับบริษัทต่างประเทศ หุ้นส่วนเศรษฐกิจหลักของยุโรปคือสหรัฐและจีนต่างมียุทธศาสตร์ในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ยุโรปต้องเร่งปฏิบัติมาตรการต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดภาวะถดถอยในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับบรรดาประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด