(VOVWORLD) -เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เข้าร่วมการเสวนากับผู้บริหารเครือบริษัทและสถานประกอบการรายใหญ่ของหุ้นส่วนการค้าที่สำคัญชั้นนำของเวียดนาม เช่น จีน สหรัฐ สหภาพยุโรปหรืออียูและญี่ปุ่น ซึ่งสารที่ผู้นำรัฐบาลเวียดนามส่งถึงสถานประกอบการต่างๆคือเวียดนามพร้อมอำนวยความสะดวกเพื่อให้บรรดานักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนในระยะยาวในเวียดนามบนเจตนารมณ์คือร่วมกันได้รับผลประโยชน์
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง เข้าร่วมการเสวนากับบรรดานักลงทุนต่างชาติ |
ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เข้าร่วมการเสวนากับบรรดานักลงทุนจากจีน สหรัฐ ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปเพื่อรับฟังความปรารถนาและข้อเสนอต่างๆของบรรดานักลงทุน พร้อมทั้งยืนยันถึงความประสงค์ว่า บรรดานักลงทุนจะเดินพร้อมกับเวียดนามในระยะแห่งการพัฒนาใหม่
คำมั่นเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนที่มีเสถียรภาพ
ในการเสวนาต่างๆกับสถานประกอบการและนักลงทุนของหุ้นส่วนการค้าชั้นนำของเวียดนาม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ย้ำถึงความมีเสถียรภาพทางการเมืองและความได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ของเวียดนามในสภาวการณ์ปัจจุบัน
นอกจากก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เผยว่า เวียดนามกำลังผลักดันการลดขั้นตอนการปฏิบัติระเบียบราชการ การปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานในระบบการเมืองให้กระทัดรัดและมีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายของสถานประกอบการและต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำผลประโยชน์มาให้แก่สถานประกอบการ
“เวียดนามพร้อมสร้างโอกาส ความเชื่อมั่น อำนวยความสะดวก สร้างพื้นฐานทางนิตินัย โครงสร้างพื้นฐาน แหล่งบุคลากรเพื่อให้บรรดานักลงทุนมีความมั่นใจในการเลือกเวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการลงทุนที่ปลอดภัยและได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสิ่งนี้นำผลประโยชน์และมีส่วนช่วยต่อการพัฒนาของสถานประกอบการและสร้างความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเวียดนาม”
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ยังชี้ชัดว่า ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เข้มแข้งและยากที่จะคาดเดาได้ มีทั้งโอกาส อุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ต้องยกระดับจิตสำนึกและมีวิธีการเข้าถึงอย่างคล่องตัว บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีงามระหว่างเวียดนามกับหุ้นส่วนต่างๆ กรอบความร่วมมือที่มีอยู่ บรรดาสถานประกอบการ เครือบริษัทและนักลงทุนจะร่วมกันแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ จุดยืนและการปฏิบัติร่วมกัน ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ร่วมกันพัฒนา สนับสนุนและมีความเชื่อมั่นต่อเวียดนาม ซึ่งในการกล่าวปราศศรัยต่อหน้าตัวแทนเครือบริษัทและสถานประกอบการรายใหญ่ประมาณ 25 แห่งของจีน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้แสดงความเห็นว่า
“ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังอยู่ในระยะที่ดีงาม พวกเรามีความเข้าใจกัน ไว้วางใจกันและมีความจริงใจต่อกัน ซึ่งต้องแปรสิ่งที่ดีงามนี้ให้กลายเป็นโครงการและแผนการปฏิบัติต่างๆ เพื่อนำผลประโยชน์มาให้แก่ทั้งสองฝ่าย มีส่วนร่วมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ”
ความประสงค์ที่จะเดินพร้อมกับเวียดนามในการบรรลุเป้าหมายการขยายตัว
สำหรับนโยบายและแนวทางใหญ่ที่เวียดนามกำลังเน้นปฏิบัติ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของบรรดานักลงทุนและสถานประกอบการ มอบหน้าที่ให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆทำการวิจัยและตอบคำถามของสถานประกอบการและนักลงทุนภายใน 1 สัปดาห์บนเจตนารมณ์ “แก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด กำหนดความรับผิดชอบ มีแผนการปฏิบัติและมีผลงานที่ชัดเจน”
เพื่อปฏิบัติเป้าหมายการขยายตัวให้อยู่ที่อย่างน้อยร้อยละ 8 ในปีนี้ และที่เลขสองหลักปีต่อ ๆ ไป นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้แสดงความประสงค์ว่า บรรดานักลงทุนจะส่งเสริมความเป็นฝ่ายรุก ร่วมกับเวียดนามปฏิบัติเป้าหมายนี้ โดยนายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง เสนอให้บรรดาสถานประกอบการอียูเน้นผลักดันการลงทุนที่มีคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้แก่เวียดนามในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน พัฒนาศูนย์กลางการเงินและสาธารณสุข ส่วนสำหรับสถานประกอบการญี่ปุ่น เวียดนามมีความประสงค์ว่า ด้วยประสบการณ์และชื่อเสียง บรรดาสถานประกอบการญี่ปุ่นจะช่วยเหลือเวียดนามในการเข้าถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเงินสีเขียว การพัฒนาสีเขียวและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลบนเจตนารมณ์การขยายตัวอยู่ในระดับสูงและยั่งยืน สำหรับสถานประกอบการสหรัฐ นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ชี้ชัดว่า
“เวียดนามมีความประสงค์ว่า สถานประกอบการสหรัฐจะมีส่วนร่วมผลักดันการขยายตัวของเวียดนามในปี 2025 และปีต่อๆไป สำหรับการขยายตัวที่เลขสองหลัก การขยายตัวควบคู่กับการค้ำประกันความยั่งยืน ร่วมกับเวียดนามปฏิบัตินโยบายสวัสดิการสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สองคือ ผลักดันการลงทุนที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมแหล่งบุคลากร โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สามคือ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชมรมสถานประกอบการของทั้งสองประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการเวียดนามเข้าร่วมห่วงโซ่คุณค่าโลก โดยเฉพาะเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานโลกของสถานประกอบการสหรัฐ”
ด้วยจุดยืนที่ว่า ภาคเศรษฐกิจที่มีแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเศรษฐกิจเวียดนาม เวียดนามจะค้ำประกันสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของบรรดานักลงทุนต่างชาติตามกฎหมาย ซึ่งสารของผู้นำรัฐบาลเวียดนามในการพบปะและการสนทนากับสถานประกอบการและนักลงทุนต่างชาติ ควบคู่กับการชี้นำอย่างเป็นรูปธรรมและเคร่งครัด แน่นอนว่า จะสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ในกระบวนการปฏิบัติกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจของเครือบริษัท สถานประกอบการและหุ้นส่วนรายใหญ่ของเวียดนามในเวลาที่จะถึง.