(VOVWORLD) -ในระหว่างวันที่ 5 -6 กุมภาพันธ์ เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โตเลิม จะเดินทางไปเยือนลาวและกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เข้าร่วมการพบปะระหว่างผู้นำพรรคเวียดนาม-ลาว-กัมพูชา นี่ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมการต่างประเทศประจำปีเท่านั้น หากยังเป็นกิจกรรมที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง มีขึ้นในสภาวการณ์ที่สถานการณ์ในภูมิภาคและโลกมีความผันผวนอย่างซับซ้อน มีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานระหว่างสามประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การเยือนครั้งนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งถึงความหมายพิเศษ ความซื่อสัตย์และยุทธศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างสามประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอกราชร่วมกัน มีความผูกพันและร่วมกันคัดเลือกเส้นทางแห่งการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์คล้ายคลึงกัน นี่เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม หลังจากที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ประสบความสำเร็จ ผ่านการเยือนครั้งนี้ เวียดนามส่งสารที่เสมอต้นเสมอปลายคือความสัมพันธ์กับลาวและกัมพูชาได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เป็นเสาหลักที่สำคัญในนโยบายการต่างประเทศของเวียดนาม
การเยือนมีความหมายพิเศษต่างๆ
การเยือนลาวของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ครั้งนี้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาวในระหว่างวันที่ 6-8 มกราคมและการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามในระหว่างวันที่ 19-23 มกราคมประสบความสำเร็จ ย่างเข้าสู่วาระใหม่ด้วยการกำหนดแนวทางพัฒนาต่างๆ ซึ่งทำให้การเยือนนี้เป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่เนิ่นๆเกี่ยวกับวิสัยทัศน์และประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ระหว่างพรรคกุมอำนาจของทั้งสองประเทศ สร้างพื้นฐานทางการเมืองที่มั่นคงให้แก่การปฏิบัติความร่วมมือทวิภาคีและการประสานงานในภูมิภาคในระยะใหม่ นาย เหงวียนแหม่งเกื่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ย้ำว่า
“ในกรอบการเยือนครั้งนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม จะร่วมกับผู้นำลาวหารือและประเมินความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างสองพรรคและสองประเทศในเวลาที่ผ่านมา กำหนดแนวทางที่สำคัญเพื่อผลักดันความร่วมมือในเวลาที่จะถึง ปฏิบัติกรอบความสัมพันธ์ที่เพิ่งได้รับการยกระดับขึ้นเป็น “มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ ความสามัคคีพิเศษ ความร่วมมือในทุกด้านและความผูกพันเชิงยุทธศาสตร์”
ส่วนนาย เหงวียนมิงเติม เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศลาวได้ย้ำถึงการปฏิบัติเนื้อหา “ความผูกพันเชิงยุทธศาสตร์” ที่มีความหมายสำคัญพิเศษในกรอบการเยือนครั้งนี้ว่า
“นี่เป็นการปฏิบัติมติต่างๆของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคผ่านการประสานงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเพรียงและมีประสิทธิภาพระหว่างสองพรรค สองรัฐ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายคือพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและความผูกพันพิเศษระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ส่งเสริมเกียรติประวัติ กลไกและความร่วมมือต่าง ๆ”
ส่วนการเยือนกัมพูชาของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม มีขึ้นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้พัฒนาอย่างมีเสถียรภาพต่อไปด้วยจุดเด่นต่างๆ ความร่วมมือระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามกับพรรคประชาชนกัมพูชามีบทบาทกำหนดแนวทางโดยรวม ความร่วมมือด้านกลาโหม-ความมั่นคงเป็นเสาหลักที่นับวันได้รับการผลักดันอย่างใกล้ชิดและจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานการค้ำประกันความมั่นคงในเขตชายแดน การป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การทำลายแผนกุศโลบายของฝ่ายที่เป็นอริต่างๆ
ในด้านเศรษฐกิจ เวียดนามเป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของกัมพูชา เป็นหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ที่สุดของกัมพูชาในอาเซียน ส่วนความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยวและการพบปะสังสรรค์ระดับประชาชนได้รับการผลักดัน งานด้านการแก้ปัญหาเอกสารทางนิตินัยของชาวกัมพูชาเชื้อสายเวียดนามประสบผลที่น่ายินดี ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ สร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านที่ดีงาม มิตรภาพที่มีมาช้านาน ความร่วมมือในทุกด้าน ยั่งยืนและยาวนานระหว่างสองประเทศในเวลาที่จะถึง
สร้างพื้นฐานให้แก่การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
จุดเด่นของการเยือนครั้งนี้คือการที่เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เข้าร่วมการพบปะระดับสูงระหว่างผู้นำพรรคเวียดนาม-ลาว-กัมพูชา นี่เป็นกลไกที่มีความหมายทางการเมืองอย่างลึกซึ้งเพราะในทั้งสามประเทศ พรรคกุมอำนาจมีบทบาทการกำหนดแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่การพัฒนาประเทศ การผลักดันการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนในระดับสูงสุดแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจเสริมสร้างพื้นฐานทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักเพื่อค้ำประกันความยั่งยืนและยาวนานของความสัมพันธ์ระหว่างสามประเทศในสภาวการณ์ที่สถานการณ์ในภูมิภาคและโลกมีความผันผวนที่ยากจะคาดเดาซึ่งผ่านกลไกการทาบทามความคิดเห็นที่ใกล้ชิดและการประสานด้านจุดยืนเกี่ยวกับปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ ความมั่นคงและการพัฒนา ทั้งสามประเทศได้ส่งสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับจิตใจแห่งการพึ่งตนเอง ความสามัคคีและความรับผิดชอบ ร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
ในสภาวการณ์ที่แต่ละประเทศมีความต้องการพัฒนาใหม่ เวียดนามเร่งผลักดันการปฏิบัติเป้าหมายจนถึงปี 2030 วิสัยทัศน์จนถึงปี 2045 ลาวและกัมพูชาผลักดันการปฏิรูปและยกระดับทักษะความสามารถในด้านธรรมภิบาลแห่งชาติ การเยือนของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม มีความหมายแห่งการสานต่อและส่งเสริมเกียรติประวัติแห่งความสามัคคีระหว่างสามประเทศ สร้างพื้นฐานให้แก่การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นในระยะแห่งการพัฒนาใหม่.