(VOVWORLD) - เมื่อ 96 ปีก่อน การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 1930 ไม่เพียงแต่เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญเท่านั้น หากยังเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ที่มีความหมายชี้ขาดต่ออนาคตของประชาชาติเวียดนามอีกด้วย โดยในตลอด 96 ปีที่ผ่านมา พรรคฯได้ดำเนินบทบาทผู้นำ นำพาการปฏิวัติของประชาชาติเวียดนามประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ และมีความหมายทางประวัติศาสตร์ สร้างสรรค์ประเทศเวียดนามที่มีเอกราช สันติภาพและเสรีภาพ ปฏิบัติภารกิจการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 (VNA) |
ในตลอดระยะเวลา 96 ปีที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสัจธรรมคือ บทบาทการเป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเป็นผลจากการเลือกของประวัติศาสตร์และการปฏิบัติภารกิจการปฏิวัติ บนเส้นทางดังกล่าว พรรคได้ปฏิรูปอย่างไม่หยุดยั้งและปรับปรุงตนเองให้มีความสมบูรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่นับวันเพิ่มสูงขึ้นของภารกิจการปฏิวัติ โดยมีเป้าหมายสูงสุดอย่างสม่ำเสมอคือ ค้ำประกันชีวิตความเป็นอยู่ที่อิ่มหนำผาสุกให้แก่ประชาชน
ความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ภายใต้การนำของพรรค
ในตลอดระยะเวลา 96 ปีที่ผ่านมา ชัยชนะที่มีความหมายเป็นจุดเปลี่ยนของการปฏิวัติเวียดนามล้วนผูกพันอย่างแนบแน่นกับการนำของพรรค ตั้งแต่ชัยชนะของการปฏิวัติเดือนสิงหาคมปี 1945 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม ไปจนถึงชัยชนะในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชาติ รวมประเทศเอกภาพ ตลอดจนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ของกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศหรือ โด๋ยเม้ย การพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและผสมผสานเข้ากับกระแสโลก จากการเป็นเศรษฐกิจเกษตรกรรมที่ล้าหลัง เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวรวดเร็วที่สุดในโลก โดย GDP ต่อหัวประชากรได้เพิ่มขึ้นจากประมาณกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 1986 เป็นประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ช่วยให้เวียดนามก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง สัดส่วนของเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็งจากเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรมและบริการ เวียดนามเปลี่ยนจากเศรษฐกิจแบบปิดเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ โดยมูลค่าการนำเข้าและส่งออกในปี 2025 ได้เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าเมื่อเทียบกับปี 1990 เวียดนามเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีรุ่นใหม่หลายฉบับและเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดสำหรับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการยืนยันถึงศักยภาพในการนำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามในการปฏิบัติที่เป็นจริง
สิ่งที่สร้างบทบาทเป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม คือ การยืนหยัดเป้าหมายและความคล่องตัวในวิธีการนำ โดยยืนหยัดเอกราชของประชาชาติควบคู่กับสังคมนิยม ถือลัทธิมาร์กซ์–เลนินและแนวคิดโฮจิมินห์เป็นรากฐานของอุดมการณ์ ถือผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือกว่าสิ่งอื่นใด นี่เป็นหลักการที่ไม่เปลี่ยนแปลงและบนพื้นฐานดังกล่าว พรรคฯ ได้เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งและปรับปรุงตนเองให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการนำและพลังการต่อสู้ให้สมกับการเป็นผู้นำของรัฐและสังคมดั่งคำยืนยันของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ว่า
“ศักยภาพ สถานะและชื่อเสียงของเวียดนามบนเวทีโลกในวันนี้มาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น เกียรติประวัติวัฒนธรรมอันยาวนานนับพันปีในการสร้างชาติและปกป้องประเทศชาติในตลอด 96 ปีแห่งการเป็นผู้นำการปฏิวัติ และ 40 ปีของการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ การปรับเปลี่ยนแนวคิดด้านการนำบนพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์–เลนินและแนวคิดโฮจิมินห์ ควบคู่กับการเสียสละและการอุทิศตนของบรรดานักรบปฏิวัติ สมาชิกพรรคฯ และประชาชนทั่วประเทศเพื่อเอกราช เสรีภาพและความผาสุก”
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิมกล่าวปราศรัยในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 |
สืบสานภารกิจทางประวัติศาสตร์
การสืบสานความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามในตลอด 96 ปีที่ผ่านมา การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 เป็นนิมิตหมายที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ช่วยกำหนดความคิดเชิงยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศไปจนถึงกลางศตวรรษที่ 21
การออกคำสั่งที่ 01 ของกรมการเมืองพรรคอย่างทันท่วงทีและแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตามมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคได้สะท้อนจิดใจแห่งการลงมือปฏิบัติอย่างเด็ดขาด จากความถูกต้องในแนวทางไปสู่ความถูกต้องและประสิทธิภาพในการปฏิบัติ จากการกำหนดทิศทางไปสู่การปฏิบัติ จากความมุ่งมั่นทางการเมืองไปสู่ผลที่สามารถวัดผลได้ เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ชี้ชัดว่า
“จิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศต้องได้รับการแปรให้เป็นรูปธรรมผ่านมาตรการที่ชัดเจนและได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยพรรคสาขาแต่ละระดับ องค์กรพรรคทุกแห่ง สมาชิกพรรคทุกคนและทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสูงสุดในหน่วยงานต้องเป็นฝ่ายรุกในการเปลี่ยนจากความเข้าใจที่ถูกต้องไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ จากความมุ่งมั่นในระดับสูงไปสู่ผลที่ชัดเจน มีการชี้นำและการบริหารพร้อมกับการตรวจสอบ การติดตามและความรับผิดชอบ”
นอกจากระดับส่วนกลาง ทางการจังหวัดและนครต่างๆ ก็ได้แปรเจตนารมณ์ของมติการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ให้เป็นการปฏิบัติอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด นาย เจิ่นฟอง ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดแค้งหว่าและนาย เลหายหว่า ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดกาวบั่งกล่าวว่า
“สำนักงาน หน่วยงานและท้องถิ่นต่าง ๆ ได้จัดทำแผนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมตามรายเดือน หรือแม้กระทั่งรายสัปดาห์เพื่อเน้นแก้ไขอุปสรรค ปรับปรุงบรรยากาศการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนและสถานประกอบการ โดยแต่ละหน่วยงานต้องเป็นฝ่ายรุกในการปฏิบัติให้เหมาะสม”
“หน้าที่ของเราคือ ต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายการขยายตัวที่เลขสองหลัก สำหรับจังหวัดกาวบั่ง นี่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ซึ่งก่อนอื่น เราต้องปรับปรุงระบบกลไกให้มีความสมบูรณ์ม ค้ำประกันให้การดำเนินงานและการกระจายอำนาจได้รับการปฏิบัติอย่างแท้จริง”
ในตลอด 96 ปีที่เป็นผู้นำการปฏิวัติ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสามารถยืนยันบทบาทสำคัญของตนด้วยแนวทางที่ถูกต้อง และความสามารถในการชี้นำการปฏิบัติ ผลสำเร็จเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่า ในเวียดนาม มีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเท่านั้นที่มีศักยภาพในการนำพาประชาชนสร้างสรรค์ชีวิตความเป็นอยู่ที่อิ่มหนำ เสรีและมีความสุข โดยผลประโยชน์ของประชาชนมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับภารกิจของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม./.